ยวตง และคนอื่น ๆ ดีใจจนเนื้อเต้น พากันรุมล้อมหลี่ลี่ คอยยกยอปอปั้น หลี่ลี่รู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองยังอ่อนแอ ความสำเร็จเพียงเท่านี้ยังนับว่าไม่ได้อะไร จึงทำตัวถ่อมตนอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่กำลังพูดคุยกับพวกเขาอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ชายหนุ่มเผ่าทมิฬก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยของลมปราณ วิหารแห่งราตรี ในทะเลวิญญาณมีปฏิกิริยาตอบสนองเล็กน้อย มองเห็นหยางเจิ้นถือมีดหักครึ่งเล่มอยู่ในมือ ลมปราณแผ่ออกมาจากตรงนั้น
หัวใจของหลี่ลี่สั่นไหว “หยางเจิ้น เจ้าได้มีดเล่มนี้มาจากไหน?”
หยางเจิ้นยิ้ม “เลยเนินเขาหลังสำนักไปอีกไม่กี่ลี้ก็ถึงหุบเขาอาวุธไร้ค่าแล้วขอรับ ฮ่า ๆ ที่นั่นกว้างใหญ่และลึกมาก เป็นที่ทิ้งอาวุธชั้นต่ำที่ไม่ได้ใช้แล้วมาเป็นร้อยปี”
ได้ฟังเช่นนั้นหลี่ลี่ก็ตื่นเต้นมาก แต่เขาก็ยังทำเป็นสงบนิ่งไม่ไหวติง “ไป พาข้าไปดูหน่อย”
เฉินหลงรีบพูด “ไม่ได้นะ พี่ใหญ่ อาวุธที่นั่นล้วนมีร่องรอยของลมปราณผู้ฝึกยุทธ์หลงเหลืออยู่ ลมปราณของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะฝึกฝนวิชาเดียวกัน ก็อาจจะต่อต้านกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ว่ามีลมปราณของคนกี่ร้อยปีสะสมอยู่ที่นั่น ลมปราณของพวกเรายังอ่อนแอ หากเข้าไปใกล้ ลมปราณในร่างกายอาจจะปั่นป่วน เกิดอาการลมปราณแตกซ่าน บาดเจ็บภายในได้”
หลี่ลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยิ้มแล้วพาพี่น้องกลุ่มนี้ออกไป พูดคุยทักทายกันเสร็จ ก็หาข้ออ้างว่าจะไปฝึกวิชา จากนั้นจึงแยกทางกับพวกเขา
เขาเดินทางกลับไปที่เนินเขาหลังส