ทั้งสองฝ่ายต่างก็เยาะเย้ยถากถางกัน เหล่าศิษย์ของทั้งสองตระกูลที่ยืนล้อมรอบอยู่ก็พากันโห่ร้อง
สวีหลิงเสวี่ยกำลังจะลุกขึ้น แต่หลิวอู๋เสียกดนางลง จากนั้นก็ส่งสายตาให้นางสบายใจไป
“ไอ้สวะ นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรจะมาหรอก สถานที่แบบหอโคมเขียวต่างหากที่เหมาะกับเจ้า”
เถียนหงกระโดดออกมายืนไม่ห่างจากหลิวอู๋เสียเท่าไหร่ เขาเป็นคนจ้างเตาป่าหู่ไปก่อเรื่องวุ่นวายที่โรงตีอาวุธ การที่เตาป่าหู่กับพวกพ้องล้มเหลวทำให้เขาถูกเจ้าตระกูลตำหนิอย่างรุนแรง นี่เป็นแค่เรื่องเล็กนิดเดียว เขาก็จัดการไม่ได้
“ไอ้สวะเอ๊ย เจ้าไม่พูดอะไรแล้วรึ เจ้าเป็นใบ้หรือไง!” เถียนเหย่เฉวียนหัวเราะเยาะ
แต่ตระกูลซงกลับนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เดิม ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ
“พวกสวะพวกนี้มันช่างน่ารังเกียจจริง ๆ ข้าดูไม่ไหวแล้ว” เด็กหนุ่มอ้วนของตระกูลซงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “พวกเจ้ามันลูกหลานชั่วช้า รุมกันรังแกคนคนเดียว พวกเจ้าเป็นผู้ชายหรือไง”
เด็กหนุ่มอ้วนมีใบหน้าเอ่อนเยาว์แต่เสียงของเขาดังกังวาน ทำให้ทุกคนตกใจ ศิษย์คนอื่น ๆ ของตระกูลซงหมายจะห้ามเขาก็สายเกินไปแล้ว