จาก (1)1) ลงทัณฑ์
แสงดาวพราวพริบยามราตรีเลือนหายคราม่านฟั้าค่อย ๆ ฉายแสง ส่องสว่างจากบูรพาทิศ
สารทฤดูหนาวเหน็บ ก่อเกิดน้ำค้างแข็ง
บนทางเดินแคบยาวระหว่างกำแพงวังสีชาดทั้งสอง คนกลุ่มหนึ่ง กำลังกลั้นหายใจไม่กล้าส่งเสียงสักแอะ แม้จะมีหยดน้ำค้างเกาะหางคิ้วและปลายผมก็ไม่มีผู้ใดกล้ายกมือปาดเช็ด
เซี่ยเวยยืนอยู่นานแล้ว ทั่วร่างมีแต่ไอเย็น
แสงตะวันหมองหม่นส่องยังนัยน์ตาลึกล้ำของเขา ไร้คลื่นกระเพื่อม ปานร่วงหล่นลงในบ่อน้ำมืดดำ
ตอนเยี่ยนหลินออกมาจากตำหนักคุนหนิงกลิ่นสุราบนร่างยังไม่จางหาย ทว่าตัวเขาผู้เมามายกลับมีสติแจ่มชัดแล้ว
ความแค้นใหญ่หลวงชำระสิ้น กำลังทหารก็อยู่ในมือ
ขุนพลหนุ่มซึ่งสมควรเปียมความพึงพอใจยามนี้กลับดูสิ้นเรี่ยวแรงจนแทบหดหู่ สับสนประหนึ่งทำตัวไม่ถูก เสื้อผ้าหน้าผมกระเซอะกระเซิง ขณะเดินเข้าไปใกล้ยังเห็นได้ว่าบนใบหน้ามีรอยข่วนที่ตกสะเก็ดเล็ก ๆ
เมื่อคืนเขาทำอะไรลงไป…
ดวงเนตรชุ่มน้ำตาแฝงการวิงวอนและเจ็บช้ำคู่นั้นวาบขึ้นมาในห้วง ความคิดอีกครา
เยี่ยนหลินพลันสะดุด
ใบหน้าแทบไม่หลงเหลือสีเลือด
หลังแม่ทัพกบฏผู้หนึ่งซึ่งคุมตัวฮองเฮาราชวงศ์ก่อนเอาไว้ กลับเดิน ออกมาจากตำหนักคุนหนิงตอนฟั้ายังไม่สว่างดีและแต่งกายไม่เรียบร้อย เรื่องนี้หมายความอย่างไรย่อมชัดเจนโดยไม่ต้องถาม
ฝั่ายเซี่ยเวยพอมองเห็นเขาก็หางตากระตุกน้อย ๆ
ชั่วขณะนี้บอกไม่ถูกว่าผิดหวังหรือโกรธเกรี้ยวกว่ากัน
รอจนอีกฝั่ายเดินเข้ามา