ขุนนางในสํานักมหาบัณฑิตย่อมไม่ยินยอม
หลี่ว์เสี่ยนหวนคืนราชสํานัก รับหน้าที่รอง เสนาบดีกรมคลัง พอเข้า รับตําแหน่งใหม่ก็จุดไฟ ขึ้นสามประเด็น ประเด็นแรกเพื่อเผาเชื้อพระวงศ์ เสนอให้คลังส่วนพระองค์ของเสิ่นหลางก่อนหน้า นี้ตกเป็นของตระกูล เชื้อพระวงศ์ ทางราชสํานัก จะปล่อยผ่านให้ แต่ไม่อนุญาตให้เชื้อพระวงศ์ เข้ามายุ่มย่ามกับเงินในท้องพระคลังอีก ส่วนทุก ปีนับแต่นี้เงินในท้องพระคลังจะจัดสรรให้ตาม ระเบียบ ทั้งยังต้องได้รับการอนุมัติผ่านสํานัก มหาบัณฑิต ถึงค่อยมอบให้เหล่าเชื้อพระวงศ์ สําหรับเงินทั้งสองก้อนนี้ ทางราชวงศ์ ใช้สอยได้ เต็มที่ ปีหนึ่งใช้จ่ายเท่าใดทางราชสํานักจะไม่
สนใจ แต่พวกเขา ไม่อาจร้องขอจากราชสํานัก เพิ่มแม้แต่แดงเดียว
ปัจจุบันเสิ่นจื่ออีเป็นผู้กํากับดูแลราชสกุล
ท้องพระคลังว่างเปล่า มีเงินให้ใช้สอยไม่มาก นัก ทว่าคลังส่วน พระองค์ของเสิ่นหลางเป็น มรดกตกทอดจากคลังส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ พระองค์ก่อน ๆ แม้สุรุ่ยสุร่ายใช้สอยไปกว่าครึ่ง ที่เหลืออยู่ก็ยังนับว่ามาก
เพียงแต่ถ้าใช้จ่ายไม่ยั้งมือ ต่อให้มีเป็นภูเขา เลากาแต่นานวันเข้าก็ ย่อมหมด
อยากจะอยู่ยั่งยืน ต้องมีวิธีการในระยะยาว
เสิ่นจื่ออีจึงมองการณ์ไกลกว่าคนอื่น นาง สะกดเสียงไม่พอใจทั้งหลายในสกุลเสิ่น มอบเงิน ก้อนใหญ่นั่นแก่เจียงเสวี่ยหนิง ใคร่ทําการค้าใดก็ ทํา หลังได้กําไรก็ให้นางหักค่านายหน้าสองส่วน