สมควรทราบว่าในมือนางยังมีกิจการที่ขาด แคลนเงินอยู่ไม่น้อยจริง ๆ
มิหนําซ้ําเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้จะก่อเกิด อํานาจใหญ่โตตั้งเท่าใด ย่อมหมายถึงการค้าที่มี แต่กําไรมั่นคงไม่ขาดทุนนั่นเอง เจียงเสวี่ยหนิงจึง ไม่มี เหตุผลจะปฏิเสธ
นางชูนิ้วให้เซี่ยเวยนับ “ท่านดูสิ ทั้งต้องเป็น ผู้ดูแลคลังของ เชื้อพระวงศ์ ทั้งยังต้องจัดตั้ง
สถานศึกษาสตรี มีเรื่องต้องจัดการตั้งเท่าใด คน เข้า ๆ ออก ๆ แบบนี้ สํานักพระราชวังมีที่แค่นั้น จะพอได้อย่างไร ไม่ กว้างขวางสู้ตําหนักคุนหนิง หรอก”
เซี่ยเวยก็ยังรู้สึกว่าเสิ่นจื่ออีจงใจทําให้เขา หงุดหงิดอยู่ดี
เขาไม่พูดอะไรต่อ
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นเขาเป็นเช่นนี้ก็รู้ว่าเขาขุ่น เคือง พลันนึกไปถึง เสิ่นจื่ออีในชาติก่อนที่เดือด ดาลเพราะนางเป็นสตรีทว่าแต่งกายเป็น บุรุษ สายตาจึงวูบไหวเล็กน้อย บอกเซี่ยเวยเบา ๆ ว่า
“ก็แค่มีพระประสงค์จะดีกับข้าในแบบของ พระองค์เท่านั้นเอง”
วันนั้นนางกลับจากการจัดการบัญชีทรัพย์สิน ในสํานักพระราชวัง แล้วพอดีผ่านตําหนักคุนหนิง
ข้ารับใช้ในวังเดินเข้า ๆ ออก ๆ
นางถามประโยคหนึ่งว่ากําลังทําอะไรกัน
นางกํานัลข้าง ๆ บอกนางว่าฮ่องเต้พระองค์ ก่อนสวรรคตแล้ว ตําหนักคุนหนิงทุกยุคทุกสมัย ล้วนแต่เป็นที่พํานักของฮองเฮา บัดนี้ยัง ไม่รู้ว่า ใครจะเป็นฮ่องเต้ หากฮองเฮาพระองค์ก่อนยังอยู่ ที่นี่ย่อมไม่ถูกต้องตามธรรมเนียม ตามระเบียบ