หา ครั้นหยุดยืนหน้าประตูตำหนักซึ่งมีหมอกปกคลุมเล็กน้อย เซี่ยเวยก็คว้ากระบองยาวจากคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ฟาด ลงไปเต็มหลัง!
การลงมือครั้งนี้หนักหน่วง
เยี่ยนหลินไม่ทันหลีกหนี ถูกฟาดแทบคะมำในลำคอเองก็คลุ้งกลิ่น คาวเลือดจาง ๆ
เขาหันมองเซี่ยเวย “ท่านพี่…”
บนหน้าเซี่ยเวยมองอารมณ์ใดไม่ออกแม้แต่น้อย เพียงกล่าวว่า “คุกเข่า”
เยี่ยนหลินกัดฟันแน่น ดวงตาซึ่งฉายแววดื้อรั้นหน่อย ๆ แดงก่ำขณะแผดเสียง “นางทำผิดต่อข้าก่อน! ข้าผิดอันใดกัน กระทั่งทุกอย่างในวันนี้ ก็เป็นนางเองนั่นแหละรนหาที่!”
ในที่สุดสองตาของเซี่ยเวยก็เย็นเยียบ
คราวนี้เขาจงใจฟาดข้อพับขาตรง ๆ อย่างไร้เมตตาสักเสี้ยว พูดด้วย น้ำเสียงจริงจังว่า“คุกเข่า!”
ทั้งสองเผชิญหน้ากันบนทางเดินวัง
ไม่ว่าฝั่ายใดก็ไม่ยอมลงให้แก่กันนายทหารซึ่งยืนอยู่รอบ ๆ ล้วนไม่กล้าเหลือบตามอง เพียงลอบ ตื่นตระหนกกับภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น
หลายปีมานี้ ทั้งเรื่องการล่มสลายของหวงโจวหรือการหลั่งเลือดที่ ด่านชายแดนล้วนมีเขาสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
พี่ชายประดุจบิดา
เยี่ยนหลินมองเขาอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความสับสนกระวนกระวายขณะเดินออกมาจากตำหนักแห่งนั้น จึงคุกเข่าราวกับว่าคนที่ทำผิดไม่ใช่นาง แต่เป็นตน
ร่างกายถูกหล่อหลอมด้วยการศึกและความตรากตรำจนสูงใหญ่ ใบหน้าซึ่งถูกหิมะลมหนาวขัดเกลาจนสิ้นความไม่ประสาเองก็แปรเปลี่ยนเป็นคมเข้ม
ยามคุกเข่าบนพื้นหินชื้นน้ำค้างช่างประหนึ่งรูปสลัก
ท