ู่ในห้องอักษรพร้อม พู่กันและน้ําหมึก ก้มหน้า ก้มตาขีด ๆ เขียน ๆ เร็วรี่อยู่หน้าโต๊ะคนเดียว ส่วนตนเข้าไปในครัว ด้านหลัง
สองเดือนมานี้เจียงเสวี่ยหนิงคุ้นเคยกับจวน ของเขาเสมือนอยู่บ้าน ตัวเอง ท่อความร้อนใต้ พื้นถูกจุดไว้ พรมปูเต็มพื้น พอเข้าห้องมาก็สะบัด รองเท้า นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ไท่ซือที่เซี่ยเวยนั่ง เป็นประจํา ตามด้วยวาง กระดาษหยิบพู่กันมา บันทึกแนวคิดทิศทางที่นึกได้บนรถม้า
ไม่ทันรู้ตัวก็ผ่านไปสองเค่อแล้ว
นางเขียนครู่หนึ่งหัวสมองก็ตีบตัน นั่งอยู่พัก ใหญ่ก็ทนไม่ไหวต้องลงมาเดินวนซ้ายเวียนขวาใช้ ความคิด
ด้านหลังเป็นแถวตู้จัดวางสมบัติเรียงราย อีก ด้านหนึ่งเป็นกําแพง หนังสือ ทั้งยังมีลิ้นชักฝัง กําแพงหลายชิ้น ตัวลิ้นชักยังมีห่วงทองแดงลาย กิ่งไผ่เมฆมงคลอะไรเทือกนั้นประดับด้วย
ตอนแรกไม่ได้สนใจ พอเงยหน้าจึงเห็นว่า ลิ้นชักหนึ่งในนั้นมีพู่สีดํา เส้นเล็กห้อยมาจากมุม หนึ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงหยุดฝีเท้า
นางม้วนนิ้วกับพู่ เดิมยังคิดว่ามันเผลอถูก ห้อยไว้ที่ใดสักแห่ง ไม่นึก เลยว่าจะเชื่อมต่อกับใน ลิ้นชัก นางจึงเกี่ยวห่วงดึงลิ้นชักออกมาครึ่งหนึ่ง
ยามนี้จึงเห็นชัดเจนว่าพู่ไหมผูกไว้กับตรา ประทับ
ภายในยังวางมีดสั้นใบดาบบางที่คุ้นตา
ด้านล่างทับกระดาษไว้หลายแผ่น ลายมือนั้น บิดเบี้ยวโย้เย้ปานรอย สุนัขตะกุย นางซึ่งเป็นเจ้า ของเดิมเห็นแล้วอดหน้าแดงไม่ได้
เจียงเสวี่ยหนิงกัดฟันเบา ๆ อยากจะหยิบมัน ออกมาดู
คาดไม