สีเหลืองไขผึ้งใสกระจ่างที่สวมไว้หลวม ๆเพียงส่ายเบา ๆ ก็สะท้อน ประกายแสงอันนุ่มนวล
ถึงบอกว่า ‘เหลืองไขผึ้ง’ แต่ก็ไม่ใช่ไขผึ้งจริงๆ ทว่าเป็นหยกเหลือง เหอเถียนซึ่งล้ำค่ายิ่งกว่าหยกไขแพะเสียอีก แม้จะสีเหมือนหยกไขผึ้งทั่วไป มูลค่ากลับห่างกันราวฟั้ากับดิน นอกจากส่วนน้อยซึ่งผู้มั่งคั่งในหมู่ราษฎร ถือครอง ที่เหลือล้วนถวายให้ราชวงศ์ฟางเมี่ยวยังจำได้ว่าก่อนนี้เสิ่นเจี้ยเคยนำกลับมาก้อนหนึ่ง
ตอนนั้นนางชมดูก็ดีอกดีใจ ขบคิดว่าจะทำเป็นเครื่องประดับหยกชิ้นเล็ก ๆ สวมบนร่างหรือคาดหน้าผากบนศีรษะดี แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจ ไม่ได้ ทั้งยังไม่กล้าทำอะไรวู่วาม นางจึงเก็บเอาไว้ในกล่อง
ทว่าตอนนี้ยามมองเจียงเสวี่ยหนิงแล้วเห็นพวงประคำกลมเกลี้ยง งามตาบนข้อมือ เม็ดประคำสิบสองลูกเจียระไนจนเรียบเนียนวาววับสวยงามละมุนละไมจนเห็นแวบแรกเกรงจะคิดว่าเป็นไขผึ้งจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้แต่ครอบครัวผู้มีอันจะกินยังไม่กล้าฟุั่มเฟือยขนาดนี้
ใช้หยกเหลืองก้อนหนึ่งนำมาทำตราประทับหรือจี้หยกน่ะยังพอได้ แต่หากจะผ่าแล้วเจียระไนเป็นเม็ด ไม่รู้ว่าต้องเสียเนื้อหยกดี ๆ ไปตั้งเท่าไรเรียกได้ว่าล้างผลาญโดยใช่เหตุ มิหนำซ้ำหยกนี้ยังสีสม่ำเสมอ เนื้อหยกก็ ชั้นเลิศ สวรรค์เท่านั้นถึงจะรู้ว่าต้องใช้กำลังมหาศาลเพียงใดจึงเก็บรวบรวมมาได้!
ฟางเมี่ยวเห็นนางสวมกำไลวงนี้ตั้งแต่หลายวันก่อน เห็นคราแรกก็ ไม่ได้คิดอะไร ภายหลังสะดุดตาประกายแสงเป็นครั้งคราว จึง