ญ่ใฝั่สูงพอจะผ่านวันเวลาไปได้ แต่จะให้เป็น ‘คู่ครองสวรรค์สร้าง’ อะไรนั่นก็ถือว่าขอมากไป ถือว่าดีกว่าคนอื่นอยู่บ้างเท่านั้น เอง
ฟางเมี่ยวเบ้ปาก “ท่านยังไม่รู้น่ะสิ สองปีก่อนมีข่าวลือว่าจะแต่งตั้ง เขาเป็นพระอนุชารัชทายาท ส่วนตอนนี้ทุกคนในเมืองหลวงก็คาดเดากันไปต่าง ๆ นานาว่าใครจะได้ขึ้นครองราชย์บางคนมีตาหามีแววไม่ก็เลยเดาว่าเป็นเขา ทุกวันนี้จวนอ๋องครึกครื้นเชียวละ นอกจากสมบัติเงินทองแล้ว สนมงามนางจิ้งจอกอะไรก็ล้วนแต่ส่งมาเรือนหลัง วันนี้ชุมนุมชมหิมะ พรุ่งนี้พบปะใต้แสงจันทร์ ต่อให้ไม่มีโอกาสอะไรก็จัดการจนมีให้ได้ บรรยากาศ เลวร้ายไม่เป็นมงคลเสียเลยคืนนี้ข้าไม่อยากกลับไปทนทุกข์แบบนั้น หากท่านไม่รั้งข้าไว้ ข้าจะไปหาที่นอนกับองค์หญิง”พูดจาเหมือนง่าย แต่ก็ยังแฝงความหึงหวง
ขอเพียงมีใจเข้าจริง ๆ ไหนเลยจะรับมืออย่างเยือกเย็นไหว
เจียงเสวี่ยหนิงหัวเราะ “เจ้าคิดมากไปจนริษยาแล้ว ในเมื่อเขาไม่มี ความคิดใด ๆ ต่อคนเหล่านั้น ก็เป็นเพียงการจุดโคมต่อหน้าคนตาบอด เสียเวลาเปล่า ๆ อย่าได้ใส่ใจเลย ก็แค่เรื่องน่าหงุดหงิดชั่วคราว”
ฟางเมี่ยวกล่าว “ข้ารู้ว่าเขาไม่ผิด แต่เห็นแล้วก็ยังไม่พอใจอยู่ดี”
ถึงอย่างไรเรื่องแบบนี้ก็ไม่อาจใช้เหตุผลได้อยู่แล้ว
ให้ควบคุมอารมณ์ไม่ระบายใส่ผู้อื่นนั้นยากยิ่ง
จะบอกว่าไม่เคืองใจก็ไม่จริง นางอยากไล่หญิงใจไม่ซื่อเหล่านั้น ออกไปให้หมดเต็มแก่ จะได้ไม่มาวุ่นวายต่อหน้านางอีก
แต่พอช้อนตา