ลมเหนือยามเย็นพัดมาพร้อมหิมะ ท้องนภาข้างนอกใกล้จะมืดมิด ราวกับฉาบด้วยสีกุหลาบหม่นหมอง ยามแสงทอดลงบนกำแพงวังสีชาดและหลังคากระเบื้องเคลือบสีทอง ก็กลบความตระการตาของท้องพระโรง ที่ย้อมโลหิตเมื่อไม่นานมานี้ลงบางส่วน พอรวมเข้ากับแสงโคมหรุบหรู่ในวังที่ทยอยจุดจึงเพิ่มความสงบนุ่มนวลขึ้นมาบ้าง
ห้องทำงานสำนักมหาบัณฑิตจุดถ่านเงินชั้นดีไว้ในเตา
ขันทีน้อยที่มารายงานกลัวตัวสั่นเทิ้มจนไม่กล้าเงยหน้าขุนนางผู้ใหญ่ถกกันไปแล้วรอบหนึ่งก็ยังไม่ลงตัว
เซี่ยเวยนั่งถือถ้วยชาริมหน้าต่างคล้ายไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น จ้องมองหิมะขาวที่โปรยปรายจากผืนฟั้าอย่างเงียบสงัด คิดเหม่อลอยไปไกลว่าเสิ่นจื่ออีจงใจหาเรื่องตน พอเห็นว่างานวิวาห์ของเขากับหนิงรองใกล้เข้ามา ก็รีบร้อนเพิ่มปัญหาให้
“ไร้สาระ ไร้สาระทั้งเพ ตำหนักคุนหนิงเป็นสถานที่เช่นใดกัน อย่า ว่าแต่เจียงเสวี่ยหนิงที่เป็นคนต่างแซ่เลย ตัวเลือกตำแหน่งฮ่องเต้ตอนนี้ยังไม่มีด้วยซ้ำ เจิ้งฮองเฮาเพิ่งจะย้ายออก วันถัดมาก็ให้นางย้ายเข้า หมาย ความว่าอย่างไร นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน”“แต่เป็นพระประสงค์ขององค์หญิงใหญ่มิใช่หรือ…”
“จะเป็นพระประสงค์ของใครก็ช่างสิ บัดนี้ใต้หล้าไร้ผู้ปกครอง พวกเราก็มิได้ย้ายที่หารือราชกิจมาเป็นตำหนักเฉียนชิงเพียงเพราะไร้ ฮ่องเต้แล้วสักหน่อย จนบัดนี้ก็ยังว่างอยู่มิใช่หรือ เวลานี้ก็แค่เชิญนางมา จัดการธุระปะปังแทนเชื้อพระวงศ์ สำนักพระราชวังไม่กว้า