ายากจะรับได้จริง ๆ
ระหว่างถกเถียงกันจึงเผลอมีถ้อยคำที่ออกจะล่วงเกินไปบ้าง
สำนักมหาบัณฑิตซึ่งก่อนหน้านี้อึกทึกจนพูดกันต่อหน้าก็ยังไม่ได้ยิน พลันเงียบกริบจนได้ยินกระทั่งเสียงเข็มตกลงพื้น
สายตาทุกคนล้วนจับจ้องไปทางร่างที่อยู่ก็เหมือนไม่อยู่ของเซี่ยเวย
เซี่ยเวยกลับเพียงมองชาที่กระเพื่อมเบา ๆในถ้วย รวมถึงใบชาซึ่ง ผลุบโผล่ในนั้น นึกถึงเช้าที่หิมะแรกตกเมื่อไม่นานมานี้
เจียงเสวี่ยหนิงกอดเขาแล้วกล่าวว่า การรักใครสักคนคือการอยากให้อีกฝั่ายมีความสุขตนเองก็มีความสุข ไม่ใช่ทรมานซึ่งกันและกันเซี่ยจวีอัน หากใจท่านมีสิ่งใดไม่พอใจล้วนต้องบอกข้า ข้าโง่เขลา หากท่านไม่บอกข้าก็ไม่มีทางรู้ดีกับข้าแล้วต้องบอกให้ข้ารู้ด้วย ไม่เช่นนั้นหากมีเรื่องอะไรต่าง เก็บไว้ในใจคนเดียว ส่วนอีกฝั่ายไม่รู้เรื่องรู้ราว ท่านจะยิ่งเห็นก็ยิ่งนึกโมโหแล้วลำบากตนเองเสียเปล่า
แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
ใจเขาซุกซ่อนความลับมาตลอดหลายปีตั้งแต่เรื่องชาติกำเนิด เรื่องนิกายสวรรค์ ไปจนถึงแผนการต่าง ๆ ที่ผุดพรายไม่หยุดหย่อน หากในใจ เก็บซ่อนความลับไม่ได้ เช่นนั้นไม่ช้าก็เร็วคงทำร้ายตัวเองเข้า
เขาเคยชินที่จะปฏิบัติ ทว่าไม่ชินกับการพูดออกมา
เซี่ยเวยถามว่า ข้าเคยทำให้เจ้าไม่พอใจหรือไม่
สีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงกลับแสดงอารมณ์ยากจะบรรยาย ราวกับสงสาร เหมือนกับโศกเศร้า ทั้งยังคล้ายการให้อภัยอันอบอุ่นจากนั้นก็ ยื่นหน้ามาจุมพิตที่หางตา
นางตอบว่า ข