้าจางผู้นี้…
ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมอาญาแล้วแท้ๆกลับไม่วางมาด เลยสักนิด
เขามองแล้วยังอดนึกถึงเมื่อสองเดือนก่อนไม่ได้…
ในพระราชวังเกิดเหตุสะท้านขวัญ แต่สุดท้ายประกายดาบเงากระบี่กลับหายลับไม่เหลือเงา
แม่ทัพอายุน้อยผู้นั้นเหม่อมองอยู่เนิ่นนานเหมือนตกอยู่ในความฝัน ทั้งยังยิ้มไม่ออก ทำแค่หันหลังแหวกฝั่าฝูงชนออกไป เหล่าทหารคนสนิท ข้างกายก็ล้วนปราศจากเสียงตะโกนโหวกเหวก ตัวเขาค่อย ๆ ก้าวออกจากประตูวังไปพร้อมความห่อเหี่ยวอ้างว้างและความผิดหวังอันมากล้นจาก ความเปลี่ยนแปลง
ยามเจียงเสวี่ยหนิงมองเห็น เขาก็เดินออกไปไกลแล้ว
ทว่านางไม่ได้ไล่ตาม เพียงทอดสายตามองอยู่อย่างนั้น แววตาสลัว แสง
เซียวติ้งเฟยไม่อาจบรรยายความรู้สึกอันแปลกประหลาดของตนใน ยามนั้นได้ เขารู้สึกราวกับว่านางไม่ได้ทำเพียงมองใครสักคน ทว่าคล้าย ต้องการมองไปยังอดีตซึ่งเลือนหายไปทีละน้อย…
กองทหารเกราะดำและทัพซินโจวล้วนถอนกำลังออกจากวัง
พวกไม่ได้ความของนิกายสวรรค์แน่นอนว่าถูกจับกุม
เซี่ยเวย เสิ่นจื่ออี และเหล่าขุนนางราชสำนักยังรั้งอยู่เพื่อหารืองาน ส่วนคนอื่น ๆ ย่อมต้องการหลีกลี้จากพระราชวังนองเลือดตั้งแต่แรกพอ จากไปได้ก็ย่อมจากไปทันที เซียวติ้งเฟยยิ่งเหมือนทาน้ำมันไว้ที่ฝั่าเท้า หลบออกมารวดเร็วกว่าใคร
เพิ่งจะออกมาตรงประตูวังและเดินไปถึงท้องตลาด สิ่งที่ปรากฏแก่ สายตาก็มีแต่ความเละเทะ
เมืองหลวงซึ่งเคยอึกทึกคึกคักกลับกลายเป็นเมืองร