ักกระบี่!
ปลายกระบี่ล้วนชี้เจียงเสวี่ยหนิงซึ่งครอบครองตราหยก!
ขอเพียงเสิ่นจื่ออีสั่งการ พวกเขาก็จะบุกไปสังหาร ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาชีวิตเจียงเสวี่ยหนิงก่อนเพื่อชิงตราหยกในมือนางแต่สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่การลงมือ
เสิ่นจื่ออีถึงกับสงบนิ่งยิ่งกว่าเซี่ยเวย “เก็บอาวุธ”
เหล่าแม่ทัพด้านหลังนางตะลึงงัน “องค์หญิง?!”
เสิ่นจื่ออีสีหน้าเย็นยะเยือก น้ำเสียงยิ่งเย็นเยียบอีกหลายส่วน “ข้าสั่งให้เก็บอาวุธ!”
“…”
ทหารเกราะดำงุนงงกันหมดไปชั่วครู่ทว่าท่าทีของเสิ่นจื่ออีแข็งกร้าว แม้พวกเขาจะไม่เข้าใจ แต่งงงวย พักหนึ่งสุดท้ายก็เก็บอาวุธและถอยกลับไปด้านหลังอย่างติดจะไม่ยินยอม
เสิ่นจื่ออีไม่ได้มองเซี่ยเวย ทั้งยังไม่ได้มองเยี่ยนหลิน เพียงจับจ้องไป ทางเจียงเสวี่ยหนิงยกมุมปากช้า ๆ เผยรอยยิ้มบาง เพิ่มความอ่อนโยน มากล้ำบนใบหน้า กระทั่งแผลเป็นที่หางตาก็ยังเหมือนเปล่งประกาย
ในโลกนี้ หากจะมีใครสักคนให้นางเชื่อได้สุดหัวใจ…
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนผู้นั้นคือเจียงเสวี่ยหนิง
นางกล่าวกับอีกฝั่ายอย่างอ่อนโยน “หนิงหนิง เจ้าเลือกเถอะ ไม่ว่า จะเป็นใคร ข้าก็จะยืนอยู่ข้างเจ้าตลอดไป”
ต่อให้จะเลือกเซี่ยเวยก็ตามที
ขอเพียงอีกฝั่ายยินดี เสิ่นจื่ออีคิดว่าก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด ถึง อย่างไรการเป็นฮ่องเต้ก็ใช่จะกระทำการตามอำเภอใจได้
ชั่วพริบตานั้น ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักซึ่งยังพอมีตรรกะเหตุผล หลงเหลือ สุดท้ายก็ถูกทำเอาไม่รู้เหนือรู้