ปลี่ยนแปลงปุบปับนี้ไม่มีใครทันนึกถึง
ทุกคนงุนงงไปชั่วขณะ
เหตุใดเยี่ยนหลินจึงลงมือกะทันหัน
ขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งเห็นเขาจับตราหยกก็ตวาดด่าอย่างอดไม่ได้ “โจรกบฏ ยังไม่รีบวางตราหยกแผ่นดินอีกรึ?!”
ทว่าเยี่ยนหลินที่มือหนึ่งถือกระบี่และอีกมือกุมตราหยก คล้ายมีรังสี ดำสนิทเสมือนเงาดำแผ่ปกคลุม
เขาไม่ได้โต้ตอบคำใด ทั้งยังไม่เหลือบแลสักแวบ
เพียงมองไปทางเซี่ยเวย ตามด้วยเสิ่นจื่ออีสุดท้ายสายตาจึงตกลงบนร่างของเจียงเสวี่ยหนิงนางยังไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร
ใจของหลี่ว์เสี่ยนบังเกิดสังหรณ์ร้าย คิ้วกระตุกคราหนึ่ง จากนั้นคล้ายตระหนักอะไรได้สีหน้าจึงพลันเย็นชา “ซี่อจื่อคิดจะทำสิ่งใด…”
ทว่าเพิ่งพูดถึงตรงนี้ก็ได้ยินเสียงดัง ‘ตึง’ !
กระบี่ในมือเยี่ยนหลินขว้างออกมา ปักลงบนพื้นตรงหน้าเขาห่างไป สามชุ่น!
ชิ้ง!
ทัพซินโจวที่รายล้อมชูอาวุธทันควัน ชี้หาหลี่ว์เสียนที่อยู่ตรงจุด ศูนย์กลาง!
หน้าท้องพระโรงเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงกะทันหัน!
แม้ทัพซินโจวจะมีเซี่ยเวยอยู่เบื้องหลัง แต่เขามิใช่ผู้นำทัพออกศึก ต่อให้เป็นผู้กำหนดแผนการภาพรวม ทว่าคนที่สั่งการทัพได้คือเยี่ยนหลิน
ในกองทัพ คำพูดเขาถือเป็นสิทธิ์ขาด
ดังนั้นยามนี้จุดที่กระบี่ของเขาปักลง คมดาบทั้งหมดของกองทัพจึง แทบจะพุ่งตามเข้าใส่หลี่ว์เสี่ยนขนลุกซู่
เซี่ยเวยเองก็รู้สึกเกินคาดหน่อย ๆ แต่ไม่ได้ออกอาการรุนแรงเช่น หลี่ว์เสี่ยน เพียงจับจ้องเยี่ยนหลินคล้ายอยากทราบว่าจะทำสิ่งใดต่อไ