สมกับสถานะ เจ้าแผ่นดินเนี่ยนะ ผู้ปกครองราษฎรเนี่ยนะ คนอย่างท่านคู่ควรหรือ!”
เปลี่ยนไปแล้ว
พระกนิษฐาผู้นี้เปลี่ยนไปแล้ว
ในที่สุดเสิ่นหลางก็ตระหนักได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าเคยทำอาจไม่ เพียงพอให้พบจุดจบอนาถ แต่เกรงว่าเรื่องตรงหน้านี้เองจะทำลายทุกอย่างที่วางเอาไว้!
เขาเอ่ย “รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”
เสิ่นจื่ออีตวาด “ข้ารู้ดี!”
เสิ่นหลางสองตาแดงฉาน “คำพูดที่ข้าฝากโจวอิ๋นจือกับจางเจอไป บอกเจ้า เจ้าลืมสิ้นแล้วรึ”
เสิ่นจื่ออีว่า “ก็เพราะไม่ลืมน่ะสิ วันนี้ข้าจึงมา!”
เซี่ยเวยฟังอยู่ด้านข้างมาพักหนึ่ง พลันรู้สึกว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์เอง ก็น่าสนใจไม่น้อย
เสิ่นเจี้ยกลับไม่ทราบเลยว่าทั้งสองคนถกเถียงเรื่องใดกันอยู่ ศพของเซียวไทเฮากับเซียวซูเย็นชืดแล้ว
ลูกเกาทัณฑ์เมื่อครู่ถึงขั้นมีมาตกข้างกายปราศจากผู้ใดสนใจเขา มีเพียงฟางเมี่ยวซึ่งยืนอยู่วงนอกที่เป็นกังวล ฉวยโอกาสตอนไม่มีใครสนใจลากเขาออกไปด้านข้าง
เสิ่นหลางได้แต่มองเสิ่นจื่ออีอย่างเงียบงัน
เพราะสถานการณ์ปัจจุบันย่ำแย่กว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่เขา คิดเอาไว้มาก!
เขาถึงกับประเคนกองทหารเกราะดำไปให้คนอื่นเปล่า ๆ !
แต่เสิ่นเจี้ยน่ะไร้ประโยชน์ ส่วนญาติคนอื่น ๆตนก็ไม่ไว้ใจ จึงค่อย นึกถึงเสิ่นจื่ออีที่ขณะนั้นอยู่ซินโจวขึ้นมาได้ นางมีจิตใจเห็นแก่ประชาชน จนยอมไปสมรสนอกด่านเมื่อครั้งอดีต เขาเลยคิดว่านางผู้ร่วมสายเลือด ตระกูลเสิ่นย่อมต้องยืนข้างตน
ทว