่าเขาคิดผิด
เสิ่นจื่ออีนึกถึงถ้อยคำในจดหมาย รวมถึงถ้อยคำที่ใต้เท้าจางแห่งกรมอาญาผู้นั้นรับฝากมาบอก จึงรู้สึกขึ้นมาว่าชีวิตตนก่อนหน้านี้ถูกผู้คนผลักไสให้ขยับเคลื่อน ชั่วขณะนั้นพลันบังเกิดความรู้สึกนับไม่ถ้วน กล่าวออกมา ช้า ๆ “คำพูดที่ท่านฝากคนมาบอกถูกต้องทั้งหมด ผู้เข้มแข็งกลืนผู้อ่อนแอ หากทำตัวเป็นเพียงมังสาหารก็ไม่อาจโทษว่าผู้อื่นถือมีดเขียง ดังนั้นวันนี้ข้าจึงมาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้มาเพราะท่าน”เสิ่นหลางกัดฟันกรอด
เสิ่นจื่ออีมองเขา กล่าวว่า “ข้ามาเพื่อตัวเอง”
ชั่วอึดใจที่นางพูดคำนี้ ความหวังเส้นสุดท้ายของเสิ่นหลางก็อันตรธาน
ความสิ้นหวังทำให้คนคลุ้มคลั่ง
เขากำดาบแน่นพุ่งเข้าหาเสิ่นจื่ออี ทว่าทัพซินโจวที่รายล้อมควบคุมสถานการณ์อยู่ก็มีปฏิกิริยาทันที ไม่ทราบฝั่าเท้าผู้ใดถีบเขาล้มอย่างไวว่อง!
หลายปีมานี้เหล่านักปรุงยานำเสนอสิ่งที่เรียกว่า ‘ลูกกลอนเซียน’ แก่เขา ตัวเขาเองเสพผงห้าศิลาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายที่จำเดิมถือว่าไม่เลวจึง ถูกยาพิษและกามราคะขุดเจาะเป็นโพรงกลวง แรงถีบนี้ทำเอากระดูกขา แทบหัก ทรุดลงกับพื้นไม่อาจลุกกลับขึ้นมา
สีหน้าแปรเป็นดุร้าย
ทว่าความโกรธเกรี้ยวกลับเอามาลงใส่เสิ่นจื่ออี “เจ้ากล้าดีอย่างไร ตัวเจ้าแซ่เสิ่น ในกายเจ้ามีสายเลือดราชวงศ์ไหลเวียน แต่เจ้ากล้าถมหิน ลงบ่อ[1]ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ?!”
เสิ่นจื่ออีหลั่งน้ำตา กล่าวเพียงว่า “ข้าเต็มใจไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วยทรา