่องทั่วไปให้เขา เดิมทีก็นึกว่าเป็นเด็กรับใช้ที่พอจะมีวิชาหมัดมวยติดตัวนิดหน่อย
เตาฉินพูดน้อย วรยุทธ์ถือว่าค่อนข้างสูง
เจี้ยนซูเจนจัด รู้เรื่องราวต่าง ๆ ดี
แต่ใครจะไปคิดเล่าว่าบัดนี้ไม่พูดไม่จาก็ลงมือเลย ทั้งยังใช้วิธีการที่ประณีตจนอำมหิต ตายังไม่กะพริบก็เอาชีวิตคนไปแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น คนคนนั้นก็น่าจะเป็นพี่น้องของเซี่ยเวย…
สายตาของทุกคนมองไปยังเซี่ยเวยอีกครั้ง สิ่งที่วิ่งวนในหัวสมองคือ คำพูดก่อนหน้านี้ของว่านซิวจื่อที่บอกว่า “นี่น่ะหรือนักปราชญ์ นี่น่ะหรือพระอาจารย์ฮ่องเต้ นี่มันปีศาจร้ายที่จ้องจะเอาชีวิต ต้องการโลหิตมา ล้างแค้นอยู่ตลอดเวลาต่างหากเล่า!”
คนตระกูลเซียวถูกฆ่าไปแล้วถึงสองราย แต่สำหรับเซี่ยเวย เขาเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
เพียงหันไปหาเสิ่นหลาง
ราวกับรับรู้ได้ถึงความประหวั่นและอยู่ไม่สุขของอีกฝั่าย หลังจบชีวิตเซียวหย่วนด้วยเกาทัณฑ์สามดอกและยืนมองเตาฉินฆ่าเซียวเยี่ย เขาก็ยังมีท่าทีเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันไปกล่าวเสียงเรียบกับเสิ่นหลางว่า “ไม่ต้องร้อนใจไป”ไม่ต้องร้อนใจไป อีกไม่นานก็จะถึงตาเจ้าแล้ว
และทุกคนก็ไม่ต้องรอนานจริง ๆ
ผ่านไปครู่เดียวก็มีเสียงร้องตะโกนอย่างหวาดผวาลอยมาจากทิศทางของวังหลัง “พวกเจ้าเป็นใคร พวกเจ้าคิดจะทำอะไรเนี่ย รู้ตำแหน่งห้องลับได้อย่างไรกัน ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า!”
เป็นเซียวไทเฮาที่ถูกคนพาตัวมานั่นเอง
ปินปักผมรูปหงส์เอียงกระเท่เร่ มวยผ