อ็งเถอะ เจ้าด่าใครกัน” ทว่าเมื่อหางตาเหลือบมองเซี่ยเวย ก็จำต้องกลืนคำหยาบทั้งหมดลงท้องไปด้วยความขัดใจยิ่ง ทำได้แค่กล่าวสรรเสริญบรรพบุรุษทั้งตระกูลเซียวอยู่ในใจ
ท่าทีและสีหน้าของเซี่ยเวยกลับราบเรียบกว่าใคร
เขาก้าวไปข้างหน้า
ทุกก้าวย่างทำให้เหล่าทหารที่ตั้งแถวอยู่ในตำหนักไท่จี๋ต้องพยายามเก็บงำความหวาดกลัวค่อย ๆ ถอยหลังด้วยความระมัดระวัง
สายตาของเซียวหย่วนจับจ้องเขาเซี่ยเวยมองประเมินคนตรงหน้าอย่างปราศจากความรู้สึกใด ถึงขั้นหัวเราะและพูดว่า“ไม่เหมือนเลยสักนิดจริง ๆ สินะ”
สายตาของทุกคนในที่นั้นต่างจับอยู่ที่ใบหน้าเขา
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า อดีตพระอาจารย์ฮ่องเต้ผู้นี้ บุรุษผู้มีรูปโฉม งดงามยากจะหาใครเปรียบรักสันโดษยิ่งสิ่งใด สูงส่งพ้นกิเลสประดุจ เทพเซียน เมื่อประกอบเข้ากับรอยยิ้มบาง ๆ แล้ว ใต้หล้านี้ใครเล่าจะกล้า ไม่รู้สึกดีกับเขาได้
ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจริง ๆ
ในทางตรงข้าม ตัวปลอมซึ่งยืนตัวลีบอยู่ตรงมุมหนึ่งหน้าตากลับ มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงเซียวหย่วนไม่น้อยอย่างไม่น่าเชื่อ!
แต่ใครบอกกันเล่าว่าบุตรชายจะต้องหน้าตาเหมือนบิดา ส่วนบุตรสาวต้องหน้าตาเหมือนมารดา
ใบหน้าของเซียวหย่วนพลันซีดเผือด!
เซี่ยเวยจ้องเขาขณะพูดต่อ “ข้าไม่เหมือนทั้งนางและท่าน ดังนั้นจึง ไม่ได้จิตใจดีเหมือนนางและไม่ได้เป็นขยะไร้ประโยชน์แบบท่านด้วย ทุกอย่างช่างลงตัวเสียจริง”
ไม่ได้จิตใจดี จึงโหดเหี้ยม
ไม่ได้เป็นคนไร้ประโยชน์