วลานี้ต่างพากันปิดประตูอย่างแน่นหนาเพื่อหลีกเลี่ยงเภทภัย
ทว่าบนถนนเส้นนั้นเบื้องหน้า กลับดูสะอาดสะอ้านผิดแผกออกไป
เหนือตะไคร่น้ำสีเขียวบนแผ่นหินเก่า ๆ ยังมีรอยที่เพิ่งถูกไม้กวาดปัดผ่าน ใบไม้สักใบก็ไม่มีให้เห็น สุดปลายถนนคือวัดที่เก่าแก่และห่างไกล ใบเฟิงในวัดย้อมเป็นสีแดงนานแล้ว ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเช่นตอนนี้กลับดูสดใสดั่งเมฆยามอัสดง
เซี่ยเวยตัดสินใจผูกม้าไว้ตรงนั้น
เขาหันไปยื่นมือช่วยประคองเจียงเสวี่ยหนิงลงจากหลังม้า
ตรงประตูหน้าวัดมีหลวงจีนหนุ่มกำลังประคองกะละมังใส่น้ำออกมา เดินตรงไปสาดน้ำลงพื้นซึ่งเพิ่งกวาดเศษใบไม้ทิ้ง ในตอนที่หันมาเจอทั้งสอง ประกายความแปลกใจก็วาบผ่านดวงตาของหลวงจีน ท่าทางเหมือนไม่ อยากจะเชื่อว่าในเวลาเช่นนี้ยังจะมีคนมาไหว้พระอีก
จวบกระทั่งเห็นเซี่ยเวย ดวงตาคู่นั้นพลันเบิกกว้าง
เซี่ยเวยทราบว่าอีกฝั่ายรู้จักตน แต่ก็ไม่คิดจะเสียเวลาทักทายใด ๆ ถามเข้าประเด็นทันที “เจ้าอาวาสวั่งเฉินอยู่ที่ใด”
หลวงจีนหนุ่มตกใจจนพูดจาตะกุกตะกัก ยืนนิ่งค้างอยู่นานก็รีบวางกะละมังไว้ตรงมุมกำแพงก่อนตอบว่า “ท่านเจ้าอาวาสกำลังนั่งสมาธิอยู่ในกุฏิ เดี๋ยว…เดี๋ยวอาตมาจะรีบไปตามให้เดี๋ยวนี้เลย!”
พูดจบก็วิ่งผลุนผลันกลับเข้าวัด
เซี่ยเวยไม่ได้สนใจอีกฝั่ายอีก เขาพาเจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้าไป
มีต้นโพธิ์หลายต้นปลูกริมกำแพง
กุฏิของเจ้าอาวาสอยู่ถัดไปทางด้านหลัง เป็นกุฏิขนาดเล็กดูเรียบง่ายเมื่อเดินไปถึงหน้า