ช่นนี้น่าจะดีกว่า
ใครจะคิดเล่าว่าเขากลับหนีไปแต่เช้า
นางครุ่นคิดอยู่นาน ไม่รู้ว่าครั้งนี้ตัวนางหรือเซี่ยเวยกันแน่เป็นฝั่าย เสียเปรียบ
กลายเป็นบัญชีที่ยุ่งเหยิงจัดการไม่ถูก
เจียงเสวี่ยหนิงโกรธจนหัวเราะ นิ้วเรียวยาวกดลงบนขมับ แล้วก็ บังเอิญเห็นท่าทางหลบสายตาเหมือนรู้อะไรของเจี้ยนซูเข้าพอดี ทำให้นาง นึกเอะใจเมื่อคืนเซี่ยเวยดูแปลก ๆ ไป
ตอนนั้นหัวสมองนางว่างเปล่า ไม่ทันได้คิดตอนนี้มาคิดดูก็พอจะ คาดเดาได้แล้ว
นางโพล่งถาม “เขารู้หรือว่าเมื่อเย็นวานข้าไปพบใต้เท้าจางมา”
เจี้ยนซูคาดไม่ถึงว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะถามตามตรง เขาตกใจจนเหงื่อ เย็นซึมไปทั้งคอ อ้าปากพะงาบ ๆ ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี
เจียงเสวี่ยหนิงกลับไม่จำเป็นต้องให้เขาตอบด้วยซ้ำแค่เห็นท่าทางไม่กล้าเปล่งวาจาและแววตาหลุกหลิกของเจี้ยนซู นางจะยังมีสิ่งใดไม่กระจ่างอีกเล่า
บอกว่าเซี่ยจวีอันคือไหน้ำส้มหมักก็ดูจะยกย่องเขาเกินไป
อย่างเขาน่ะต้องเป็นทะเลน้ำส้มหมัก
ทั้งที่ไม่มีลมแท้ ๆ ยังเกิดคลื่นได้ คิดมากไปเองทั้งนั้น
ทว่าเมื่อสงบใจแล้วมาตรึกตรอง ก็เหมือนจะเข้าใจเขาอยู่บ้างเซี่ยเวยไม่เหมือนนาง
แม้จะผ่านเหตุการณ์คล้าย ๆ กันมา แต่ตัวนางไม่ได้ครอบครองอะไรมาตั้งแต่แรก ชาติที่แล้วปรารถนาอยากมี พอได้สิ่งเหล่านั้นมากลับพบว่า มันก็เท่านั้น ส่วนชาตินี้นางไม่ได้มุ่งมั่นไขว่คว้า แต่ครั้นโชคดีได้มาก็รู้สึก ซาบซึ้ง ในขณะที่เซี่ยเวยเดิมทีมีทุกอย่าง แต่กลับต้อ