งมาสูญเสียทั้งหมด เพราะเหตุการณ์วุ่นวายในวัยเยาว์
ทุกอย่างกลายมาเป็นรอยแผลเป็นของเขา
เขามีชีวิตบนโลกนี้โดยไม่เคยรู้สึกปลอดภัยจึงเลือกไม่ครอบครอง สิ่งใดอีก แต่หากได้ครอบครองแล้วล่ะเจียงเสวี่ยหนิงปวดใจหน่อย ๆ หลังให้โจวฉีหวงตรวจชีพจรก็กำชับ เจี้ยนซูว่า “หากเซียนเซิงของพวกเจ้ากลับมาแล้วก็แจ้งข้าด้วย ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเขา”
เจี้ยนซูขนหัวลุก
แต่ก็ไม่กล้าคาดเดาไปเองว่า ‘มีเรื่องอยากคุย’ นั้นคือเรื่องใด ได้แต่ ก้มหัวรับคำ
ตามปกติแล้ว ไม่ว่าจะประชุมหารือหรือไปยังค่ายทหารก็ไม่เคยใช้ เวลาเกินครึ่งวัน
เจียงเสวี่ยหนิงคิดว่าตอนบ่ายคงได้เจอเซี่ยเวยทว่าอย่าว่าแต่ตอนบ่ายเลย ผ่านไปสองวันก็แล้วสามวันก็แล้ว ยัง ไม่เห็นแม้แต่เงา!
กระทั่งสอบถามถึงได้รู้ว่า ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ สองสามวันนี้ เซี่ยเวยที่ปกติแล้วเมื่อเดินทัพถึงเมืองหนึ่งก็จะให้หยุดพักฟืนฟูสักสิบวันถึงครึ่งเดือน ครั้งนี้กลับทำตัวแปลกไป เขากับเยี่ยนหลินเร่งจัดขบวนทัพ ไม่ยอมเสียเวลาแม้วันเดียว รุ่งสางของวันที่สามพวกเขาจะนำทัพบุกเมืองเปั่าติ้งที่นิกายสวรรค์ตั้งทัพอยู่ตอนนี้!
ตอนได้ยินข่าว เจียงเสวี่ยหนิงนึกว่าเซี่ยเวยเสียสติไปแล้ว
แต่ครั้นสงบสติอารมณ์แล้วมาคิดดูใหม่…เมื่อนิกายสวรรค์รู้ข่าวการเคลื่อนไหวของทัพซินโจว พวกเขาจะทำอย่างไรเล่า วิธีแรกคือหยุดทัพแล้วเข้าปะทะกับทัพซินโจว ทว่าว่านซิวจื่อหวาดกลัวเซี่ยเวยอย่างกับอะไรดี ไม่มีทางเลือกวิธีที