ราตรีบดบัง ดูอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก เดิมเขาอยากถามว่า ‘เจ้าไปไหนมา’ แต่คำพูดที่หลุดออกไปกลับกลายเป็น “หนิงหนิงเมื่อคืนข้าฝันร้าย”
เจียงเสวี่ยหนิงตกตะลึง
มือของเยี่ยนหลินยังคงจับแขนนาง เขาจับจ้องนางด้วยดวงตา สีนิลเข้ม “ข้ากลัว ในฝันข้าทำไม่ดีกับเจ้า…”
ฝัน…
หากเมื่อครู่นางยังมึนงงอยู่ในห้วงภวังค์ ก็ถูกทำให้ตื่นตอนนี้เอง
ความพรั่นพรึงที่เหมือนจะหลงเหลือจากชาติก่อนพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจทันใด
หน้าตาของเยี่ยนหลินเบื้องหน้าซ้อนทับกับชาติที่แล้วตอนเขามายังตำหนักของนางและจับจ้องด้วยนัยน์ตาอันดำมืดจนนางสะท้านไปทั้งร่างสัญชาตญาณสั่งให้สะบัดมือก้าวถอย!
เยี่ยนหลินเห็นเช่นนั้นก็เหมือนถูกมีดกรีดลงกลางใจ
ก่อนหน้าเขาจะตัดสินใจบอกเจียงเสวี่ยหนิงเขายังคงเชื่อว่ามันเป็น เพียงฝัน ฝันฉากหนึ่งก็เท่านั้น
แต่แล้วเหตุใดกัน เหตุใดนางจึงหวาดกลัวขนาดนี้
น้ำเสียงชายหนุ่มแหบพร่าจากอาการสะอื้นอยู่บ้าง “ความฝันที่เจ้า เคยบอกและความฝันที่ข้าฝันถึงล้วนเป็นเรื่องจริง ใช่หรือไม่”
ทว่าเขาคือเยี่ยนหลินในชาตินี้
เจียงเสวี่ยหนิงมองอีกฝั่าย พอคำนึงถึงจุดนี้ก็พลันรับรู้ว่าการกระทำ เมื่อครู่ทำร้ายเขาไปแล้วแต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่อาจบังคับตัวเอง
บนโลกมีเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้จริงหรือ
หรือเพราะพวกเรื่องที่จางเจอเล่าให้ฟังวันนี้ทำให้นางเกิดมายาภาพ เรื่องราวชาตินี้กับชาติที่แล้วซ้อนทับกันจนแยกความจริงกับความลวง ไม่ออก
ไม่…
นางส่ายหน้า