นไหวนักสมควรระวังคำพูดไว้บ้าง หากวันใดข้าฆ่าล้างผู้คนทั้งแผ่นดิน ก็ต้องโทษที่ทั้งแผ่นดินมีแต่คนไร้ค่า!”พูดเสร็จเขาก็ตรงไปยังโถงด้านหน้าทันที ไม่หันมามองอีก
เสิ่นจื่ออีแลตามแผ่นหลังของเขาจนกระทั่งสายตาถูกบดบังด้วย เสาระเบียงที่เรียงซ้อนกันไปมา รู้สึกว่าภายใต้เปลือกนอกที่เงียบสงบนั้นแอบซ่อนความบิดเบี้ยวและความบ้าคลั่งที่ใกล้หลุดควบคุมเต็มที
นางหนาวเยือกไปทั้งร่างยามลมพัด
เมื่อค่อย ๆ แบมือก็ปรากฏตราพยัคฆ์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนสองชิ้นนอนนิ่งอยู่บนนั้นนางจ้องมองอยู่นานด้วยความอาดูรอันน่าขันก่อนจะหลับตาพร้อมออกแรงบีบจนเจ็บไปทั้งมือ——————–1. อุดหูตนเองเพื่อขโมยระฆัง เป็นสำนวนหมายถึงคนโง่ที่ทำได้เพียงหลอกตัวเอง แต่ไม่อาจหลอกคนอื่นได้
บทที่ 239 เบื่อโลก (2)เจียงเสวี่ยหนิงไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาได้อย่างไรรู้สึกคล้ายกำลังล่องลอยในความฝันระหว่างสองชาติ ภาพต้นไม้ใบหญ้าซ้อนทับกันแล้วจางหายกลายเป็นภาพของผู้คนที่นางได้พบและรู้จักตลอดสองช่วงชีวิต มึนงงแยก ไม่ออกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ใดกันแน่
กระทั่งมือหนึ่งยื่นมาจับแขนจากด้านข้าง
นางถึงได้สติกลับมา
ฝนซาแล้ว เยี่ยนหลินจึงไม่ได้กางร่ม
เขาสวมชุดรัดรูป คิ้วคมขมวดเมื่อเห็นท่าทางหมดอาลัยตายอยากของนาง แต่เพราะความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างที่ผุดขึ้นมาในอก ทำให้เขา ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปทันที
เจียงเสวี่ยหนิงมองมา
โครงหน้าที่กำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ของเขาถูกความมืดยาม