ถึงกลับดึกนัก”
เจียงเสวี่ยหนิงกับเว่ยเหลียงทำงานเสร็จกันนานแล้วเพราะเจอฝน แต่ตอนกลับเข้าเมืองนางเห็นจางเจอพอดี จึงตามไปพูดคุยอยู่นานจนเพิ่งกลับเอาปั่านนี้
นางไม่อยากบอกเขาเรื่องนี้
เมื่อเขายื่นจอกสุรามาให้ นางก็หลุบตาหลบตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ว่า “มีชาวบ้านรั้งตัวไว้คุยกันอยู่นานจนลืมเวลาน่ะ”
เซี่ยเวยนั่งมองนางนิ่ง ๆ อยู่ข้างโต๊ะ
จิตใจของนางไม่สงบเหมือนทุกที ไม่ทันคิดว่าไฉนเซี่ยเวยจึงเตรียม อาหารพร้อมสุราไว้ให้ ครั้นพูดเสร็จก็ยกจอกสุราที่ส่งมาถึงมือขึ้นดื่ม
สายตาของเซี่ยเวยมองปลายนิ้วบนจอกของนาง
แต่แล้วขณะที่ริมฝีปากกำลังจด เขากลับลุกขึ้นมาฉวยจอกเหวี่ยง ลงพื้น
เพล้ง
จอกเหล้าแตกเป็นเสี่ยง!
ยามนี้สีหน้าเขาเย็นเยียบอย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้เป็นเพราะความโกรธหรือความเกลียดที่ทำให้เขาหลุดปากบริภาษอย่างไม่ไว้หน้า “เจียงเสวี่ยหนิง เจ้าโง่หรือเปล่า?!”
ตะเกียบเงินที่ถูกสุรากระเซ็นใส่สองหยดปรากฏจุดสีดำ
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงมองไม่เห็น
นางเงยหน้ามองเขาด้วยความงุนงงตอบสนองไม่ทัน
ฝนตกช่วงสายัณห์ ปลายผมของนางที่เพิ่งกลับจากข้างนอกชื้น เล็กน้อย ฝั่ามือของเซี่ยเวยที่ยื่นมาจับบ่าจึงรู้สึกได้ถึงความเย็น
ด้วยเหตุนี้โทสะจึงรุนแรงกว่าเดิม
เขาลากนางเข้าไปยังห้องด้านใน สั่งคนเตรียมน้ำอาบอุ่น ๆ ก่อนถอดเสื้อชื้นหยาดน้ำฝนบนตัวนางออกจนร่างเปล่าเปลือยด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วจับนางโยนลงถังน้ำ
เจียงเสวี่ยหนิงล้มลงไปนั่งด้านใ