ลูกกระเดือกของเซี่ยเวยขยับเบา ๆ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ยื่นมือไปหานาง “มา”
เจียงเสวี่ยหนิงถูกเขาดึงตัวขึ้น
เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวให้นางมาอยู่ในอ้อมแขน แต่ไม่ได้ทำ อะไรมากไปกว่านั้น เพียงนั่งกกกอดริมหน้าต่าง แต่ก็ดูเหมือนกำลังใช้ท่าทีข่มกลั้นเช่นนี้สะกดบางอารมณ์ที่คล้ายจะท่วมท้นจนเอ่อล้นใจ
ใบหน้าของนางแนบชิดแผงอกของเขา
ทำให้ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรง
ช่วงเวลาไม่นานที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของนิกายสวรรค์ ทั้งสองทำเรื่อง ใกล้ชิดกันกว่านี้ไม่รู้เท่าไรแต่ย่อมไม่ได้รวมไปถึงการโอบกอดแบบนี้ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ดูจะชิดใกล้เสียยิ่งกว่าชิดใกล้ เซี่ยจวีอันเองก็ไม่เคยกล้า จะข้ามเส้น
จนกระทั่งตอนนี้
เดิมทีเจียงเสวี่ยหนิงก็ไม่คุ้นชินกับการอิงแอบใครด้วยท่าทีรักใคร่ เช่นนี้ ทว่าท่าทางที่เซี่ยจวีอันโอบกอดนางแสนระมัดระวัง ถึงขั้นสั่นน้อย ๆ จนแทบไม่รู้สึก
ท้ายที่สุดนางจึงมิได้ขัดขืน
ไม่นานเขาก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย
เซี่ยเวยเอ่ยขึ้น “เจ้าเป็นของข้า”
เจียงเสวี่ยหนิงเม้มปาก ไม่พูดจา
เซี่ยเวยจ้องมองนาง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม “เช่นนั้นข้าก็เป็นของเจ้าด้วย”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าคนผู้นี้ช่างเหลวไหลขณะเดียวกันก็ไร้เดียงสา ไปในตัว แต่ตนรู้ดีว่าถกเถียงกับเขาไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ไม่แน่ อาจยิ่งเอาตัวเข้าไปในหลุมพรางเสียเองดังนั้นจึงไม่ตอบคำ มุมปากปรากฏรอยยิ้มก่อนหลับตาลงช้า ๆ
เซี่ยเวยถือว่านางยอม