นิงซึ่งเดิมที อาจจะเป็นตัวหมากสำคัญที่สุด ตอนนี้เอาแต่มองภาพวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความหัวฟัดหัวเหวี่ยงพลางตะโกนด่าทอสาดเสียเทเสีย
นักพรตน้อยต่างกำลังง่วนจัดการเซี่ยเวย
เจียงเสวี่ยหนิงเดินไปทางเขา
ใจของนางเดิมควรเปรียบดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทว่าในความเป็นจริงกลับมีแต่ความสงบเยือกเย็น ราวภูเขาสูงหลังพายุหิมะ ปกคลุมร่องรอย ของทุกสิ่ง โลกหล้าล้วนไร้สำเนียง
ไม่มีใครตระหนักว่านางคิดจะทำอะไร
สาวกนิกายผู้หนึ่งเห็นนางเดินขึ้นไปยังแท่นบูชาฟั้า ทว่าก็เพียงมองแปลก ๆ ผาดหนึ่งขณะกำลังจะคว้าดาบออกไปสู้ ไม่ได้รั้งนางแต่อย่างใด
ถึงอย่างไรก็เป็นแค่สตรีอ่อนแอไร้กำลัง
ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย สิ่งที่พวกเขาแปลกใจไม่ใช่การที่นางเดินไป ทางว่านซิ่วจื่อ แต่คือสีหน้าซึ่งไม่ตื่นตระหนกและไม่แสดงอาการหวาดกลัวกระทั่งว่านซิวจื่อเอง แวบแรกที่เห็นนางเดินเข้ามาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
นักพรตน้อยข้างหน้าจ่อกระบี่บีบให้เซี่ยเวยถอยร่น!
แล้วกระบี่จำนวนมากก็เข้าโอบล้อม!
ว่านซิวจื่อเห็นดังนั้นก็ตะโกนออกมา “ดี!”
ทว่าในยามนั้น เจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้ามาจนใกล้จะถึงตัว
ว่านซิวจื่อปรายตามองนางอย่างไม่ได้ตั้งใจเตรียมจะออกคำสั่งให้ นักพรตน้อยรีบจับกุมเซี่ยเวยเอาไว้ให้ได้ แต่ยังไม่ทันพูดก็พลันนึกถึงเมื่อสักครู่ที่เหลือบไปเห็นสีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงอีกทั้งมือขวาของนางก็ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ เขาตัวสั่นเทิ้มทันที “หยุดนางไว้!”
ความรู้สึกอันตราย