หลี่ว์เสี่ยนกับเยี่ยนหลินยืนอยู่ตรงริมถนนนอกเมืองหรู่หนิง ทอดสายตามองคูเมืองอันห่างไกล พวกเขากำลังรอคนที่ไปสืบข่าวกลับมา
เทียบกับกาลก่อน เถ้าแก่ใหญ่ซึ่งมาจากตระกูลบัณฑิตแต่กลับ เลือกทำการค้าผู้นี้ดูซูบผอมลงไปบ้าง ใบหน้าคมคายแลดูอ้างว้างอย่างน่าประหลาด
ถึงจะดูเหมือนคนปราศจากเรื่องทุกข์ใจ ทว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่
เยี่ยนหลินทราบดีแก่ใจว่าเขาเพิ่งปรับอารมณ์จากการตายของโหยว ฟางอิ๋นมาไม่นานนัก ยังต้องการเวลาฟืนฟูอีกสักระยะ จึงไม่ได้ถามอะไรมากความ เพียงเอ่ยกับอีกฝั่ายว่า “นิกายสวรรค์ชูธงคุณธรรม ดูแล้วถึง กำลังทางตอนใต้จะมีไม่น้อย แต่หากคิดจะรับมือพวกเราเกรงว่ายังไม่ไหวหรอก พวกเราแค่ทำเป็นนอบน้อมคล้อยตามไปก่อน แสร้งเป็นพันธมิตร กับอีกฝั่ายก็จะเจรจาต่อรองด้วยได้ แม้ต้องเสียแรงและเวลาพอควรแต่ ข้าคิดว่าถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางไม่ปล่อยตัวหนิงหนิง ทว่าเซี่ยเซียนเซิงกลับเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายจนเป็นเรื่องใหญ่โต ข้าไม่เข้าใจเอา เสียเลยจริง ๆ”
หลี่ว์เสี่ยนค่อนข้างเซื่องซึม
คนนอกมองเซี่ยจวีอันไม่ออกเพราะไม่เข้าใจแต่ในสายตาของตน ทุกอย่างกลับกระจ่างแจ้งแรกเริ่มเขาไม่คิดจะอธิบาย
ทว่าในเมื่อคนเอ่ยถามคือเยี่ยนหลิน และตัวเขาเองก็อยากเดินออก จากความโศกเศร้าช่วงหลายวันมานี้ด้วย จึงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนตอบว่า “จะจับโจรก็ต้องจับหัวหน้าก่อน”
เยี่ยนหลินมองเขา
หลี่ว์เสี่ยนจึงถาม “บัดนี้ใต้หล้า พวกเรา ราชส