ำนัก และนิกายสวรรค์ถือเป็นกระถางสามขาสมดุลกันและกัน หากเป็นท่าน จะหาทางเอาชนะ เช่นใด”
เยี่ยนหลินตรึกตรองครู่หนึ่งแล้วตอบกลับ“ประสานแนวดิ่งเชื่อมโยงแนวขวาง รวมอ่อนต้านแข็ง ก่อนอื่นควรจัดการราชสำนักเป็นอันดับแรก ฉะนั้นพวกเราร่วมมือกับนิกายสวรรค์เสียดีกว่า ถึงแม้จะต้องเจรจาขอ ผืนหนังจากเสือ แต่ก็ต้องวางแผนจัดการเมืองหลวงก่อน ที่เหลือค่อยมา ชี้แพ้ชนะกันทีหลัง”
หลี่ว์เสี่ยนพลันหัวเราะ “ดังนั้นท่านจึงเป็นคนธรรมดา”
เยี่ยนหลินขมวดคิ้วฉับ
หลี่ว์เสี่ยนกลับหลุบตาจิบสุราในถุงหนังจากนั้นจึงพูดต่อ “คน ธรรมดาล้วนนึกถึงการใช้สองรุมหนึ่งได้ แต่ซื่อจื่อเอ๋ย พี่ชายของท่านผู้นี้เขาเป็นคนธรรมดาหรือ”
เยี่ยนหลินหวนคิด ก่อนจะเอ่ยอย่างเนิบช้า“เขาไม่ใช่”
หลี่ว์เสี่ยนถอนหายใจ “ก็นั่นน่ะสิ”
เขาไม่ใช่
เขาเป็นคนบ้า
ในส่วนลึกของการคิดอ่านวางแผนที่เยือกเย็นมีเหตุผลของเซี่ยจวีอัน ล้วนแต่ซ่อนความบ้าคลั่งแทบถึงขีดสุดไว้อยู่เสมอ
คิดในสิ่งที่ผู้อื่นไม่กล้าคิด ทำในสิ่งที่ผู้อื่นไม่กล้าทำ
หากทางราชสำนักและนิกายสวรรค์มองไม่ออกว่าเขาเป็นคนอย่างไร ก็คือถูกเปลือกนอกในอดีตของเขาหลอก ขอแค่เห็นภาพลวงตานี้และหลงเข้าใจไปว่า ต่อให้เขามีใจทะเยอทะยานก็ไม่อาจลงเรือลำเดียวกับฝัง ตรงข้าม เป็นเหตุให้มีโอกาสจะดึงตัวมาเป็นพวก เช่นนี้ก็น่าเสียดาย ที่แท้จริงแล้วคิดผิดมหันต์
น่าเสียดาย โชคร้ายก็ตรงที่…นิกายสวรรค์กับราชสำนักต่างยังไม่ได้ตระ