ามองราวกับ เสียวเปั่าไม่ได้ทำงานให้ตน ประหนึ่งว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง เอ่ยเตือนหลู่ไท่อย่างเย็นชา “หัวหน้าสาขาหลู่ เขาอายุยังน้อย ท่านจะหาเรื่องเขา ไปไย เมื่อใดกันที่นิกายเราสอนให้ใช้กำลังบีบจนคนยอมสารภาพ”
นิกายสวรรค์หาคนเข้าร่วมนิกาย อาศัยคำว่า‘มหากลมเกลียว’ แต่ไหนแต่ไรก็ชิงชังวิธีของศาลาว่าการ ช่วงที่หลู่ไท่พาคนออกมาก็มี ผู้สังเกตเห็นรอยแผลเป็นบนร่างของทั้งคู่ ดูก็รู้ว่าจัดการเสียวเปั่าอย่างไร พลันอดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้อย่างไรเสียทั้งสองก็ไม่ใช่เหล่าผู้ทรงอำนาจในปีนั้น หลู่ไท่กับกงอี๋เฉิง ยังเป็นเพียงคนธรรมดาที่มีบทบาทเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เลย แต่หลายปีมานี้ ได้เลื่อนตำแหน่ง มีผู้ใต้บังคับบัญชาคอยรับใช้ มีคนอุ่นผ้านวมบนเตียงให้ มีกระทั่งเงินทองที่จับจ่ายใช้สอยประหนึ่งน้ำหลาก จะเอาเวลาใดไปนั่ง จดจำว่าตนเองก็เคยเข้านิกายเพื่อแลกกับอาหาร ไม่รู้เอาความตั้งใจแรกเริ่มไปทิ้งไว้ที่ใดหมด
ครั้นขึ้นแท่นบูชาฟั้า หลู่ไท่ก็ยังปฏิบัติตนราวกับอยู่ในที่ส่วนตัว ผู้คน จึงอดวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้
คำพูดของเซี่ยเวยเป็นผลให้เกิดเสียงกระซิบกระซาบด้านล่างแท่น บูชาทันใดแม้หลู่ไท่จะโง่งมเพียงไร เขาก็พลันรู้สึกตัวว่าตนทำเกินไปแล้ว
ใบหน้าแดงก่ำสลับซีดขาวด้วยความรู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง
แต่ที่ทำให้เขาโมโหยิ่งกว่าก็คือ ก่อนหน้านี้เสียวเปั่าเคยสารภาพ ออกมา ทว่าวันนี้เมื่อยืนอยู่บนแท่นบูชาฟั้า อีกฝั่ายกลับปฏิเสธ