ดูความครึกครื้นกันเป็นส่วนใหญ่ บัดนี้เมื่อฐานะของเจียงเสวี่ยหนิงเปิดเผยต่อหน้าฝูงชน ใจที่ต้องการชมความสนุกสนานพลันเปลี่ยนไปในพริบตา คนส่วนมากมีชาติกำเนิดยากไร้ ได้รับความทุกข์ระทมจากการถูกกดขี่ค่าแรงงานและต้องจ่ายภาษี อันหนักหนาสาหัสจึงคับแค้นราชสำนักและราชวงศ์เป็นล้นพ้น มิฉะนั้น ไหนเลยจะยอมทุ่มเทให้นิกาย
ที่แสวงหามิใช่ว่าเพราะสักวันจะบังเกิด ‘มหากลมเกลียว’ หรอกหรือ
แต่สตรีจากตระกูลสูงศักดิ์นางนี้กลับยืนบนแท่นสูง ทั้งยังมีความ สัมพันธ์กับตู้จวินเซียนเซิงผู้มีชื่อเสียงในนิกายสวรรค์ของพวกเขา มองแล้วรู้สึกขัดลูกตายิ่ง ความโกรธขึ้งเคียดแค้นของผู้คนจึงมีช่องทางระบายและ มีเปั้าหมายกระจ่างขึ้นมา
ในนิกายมีข้อกำหนดชัดเจน เมื่อเป็นศิษย์นิกายจะต้องขีดเส้นแบ่ง กับอำนาจเงินทองเป็นมั่นเป็นเหมาะ มีครอบครัวต้องลาจาก มีสินทรัพย์ ต้องละทิ้ง ยิ่งไม่อาจมีสัมพันธ์กับสตรีเช่นนี้!
ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาจากข้างล่าง “ลงโทษตามกฎนิกาย!”จังหวะนั้น พลันเริ่มมีคนตะโกนเสียงดังตามๆกันมา “ลงโทษตาม กฎนิกาย!”
ไม่นานนัก เสียงดังจากข้างล่างก็รวมเป็นหนึ่ง“สามมีดหกรู เริ่ม ลงมีดแรก!”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกตึงหนังศีรษะทันใด รับรู้ได้ว่าหลู่ไท่กำลังมองมา รู้สึกดุจถูกงูพิษจ้องเขม็งเย็นซ่านไปถึงกระดูกสันหลัง
ที่กล่าวว่า ‘สามมีดหกรู’ นั้นเป็นกฎในยุทธภพ
ใช้มีดแทงทะลุส่วนหนึ่งของร่างกาย เหลือทิ้งไว้สองรู ใครจะถอนตัวจากนิกายสวร