งนี้
กงอี๋เฉิงไม่ได้เลี้ยงสุนัขตัวนี้เสียข้าวสุก
เขาพิจารณาชั่วครู่ก็พลันหัวเราะ เอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยนเปียมเมตตา “หลายปีมานี้ ตู้จวินสร้างความดีความชอบให้นิกายมากมายนัก อีกทั้งสตรีนางนี้กับเขาก็เป็นเพียงคู่บำเพ็ญ ไม่ได้ถึงขั้นตบแต่งสมรส ธรรมเนียม ปฏิบัติทั่วไปไม่พูดถึง แต่กับระเบียบนิกายแม้จะมีข้อขัดแย้ง ทว่าก็ใช่ ร้ายแรงเพียงนั้น จากที่เราคิด ตู้จวินก็เพียงเลอะเลือนสูญเสียความคิดอ่าน ไปชั่วขณะ”
ทุกคนเงียบกริบ
ว่านซิวจื่อเหลือบมองเจียงเสวี่ยหนิง จากนั้นก็เบนสายตาไปยังเซี่ยเวย เจ้านิกายคล้ายจะคิดแทนเขาไว้หมดแล้ว “สามมีดหกรูสำหรับผู้มีความดีความชอบเช่นตู้จวินก็รุนแรงไปหน่อย เอาอย่างนี้แล้วกัน ตู้จวิน เห็นแก่ว่าทำผิดกฎนิกายเป็นครั้งแรก นิกายเราก็ใช่จะไร้เหตุผล เราจะให้โอกาส กลับเนื้อกลับตัวสักครั้ง ขอเพียงตัดความสัมพันธ์กับนาง เรื่องนี้จะถือว่า ไม่เคยเกิดขึ้น อีกทั้งจะถือเป็นการลบล้างความผิดด้วย”
เจ้านิกายพูด ใครบ้างจะกล้าไม่ฟัง
ไม่มีผู้ใดแสดงอาการต่อต้าน
ทว่าเซี่ยเวยทราบดี ว่านซิวจื่อไม่มีทางปล่อยเขาไปง่ายดายปานนี้ หรอก การตัดความสัมพันธ์น่ะง่าย แต่เรื่องยากคือจะพิสูจน์ได้อย่างไร!
เป็นดังคาด เจ้านิกายยกมือส่งสัญญาณให้นักพรตน้อยข้างกาย ทันใดนั้นว่านซิวจื่อก็ชักมีดสั้นที่เหน็บเอวออกมาขว้างลงพื้น ชี้มีดพลางเอ่ยกับเซี่ยเวยว่า “ไม่ต้องแทงถึงสามครั้งก็ได้ แต่ถ้าทำอย่างฉาบฉวย เกรงว่า ทุกคน