ุ่งเข้าไปหาเขา ตะโกนอย่างร้อนใจ “อย่านะ!”แต่แล้วนักพรตน้อยบนขอบแท่นบูชาก็รีบเข้ามาจับนางไว้
สะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
สายตานับไม่ถ้วนกำลังมองมา
เซี่ยเวยโน้มตัวหยิบมีดสั้นจากพื้น ใบมีดสว่างราวหิมะ สะท้อนให้เห็นดวงตานิ่งสงบลึกล้ำของเขาและแสงคบเพลิงซึ่งลุกไหม้มาจนถึงปลายมีดแผ่รังสีสังหารออกมา
มือของเขาเป็นมือที่ใช้ดีดพิณ นิ้วเรียวยาวข้อต่อประดุจหยก ราวกับเป็นผลงานซึ่งสลักเสลาโดยสวรรค์ ขณะเดียวกันก็เหมือนไม้ไผ่เขียวตั้ง ตระหง่านรับลมเย็นบนบรรพต ทั้งยังแฝงความอบอุ่นของกลิ่นอายน้ำหมึกเอาไว้หลายส่วน
เจียงเสวี่ยหนิงคิดถึงยามแรกที่ได้พบพาน
ใบหน้าแลอ่อนแอ สวมชุดขาวนวลกอดพิณและดีดสายด้วยนิ้วเรียว ประดุจได้พบภูเขาเอ๋อเหมย เสมือนสามารถได้ยินเสียงกระแสน้ำไหล แม้ จะตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นเดินลำบากเขาก็ยังจะฝืนนำพิณไปด้วย จวบจนบัดนี้นางก็ไม่อาจลืมสายตาที่อีกฝั่ายมองมาตอนนางเดือดดาลทำลายพิณ ของเขา…
ตอบแทนไม่ไหว
ติดค้างคนผู้นี้นางตอบแทนไม่ไหว!
ความหวาดหวั่นเพิ่มพูนจนตรึงนางอยู่กับที่เจียงเสวี่ยหนิงพยายาม ห้าม แทบจะร้องไห้อ้อนวอน “อย่านะ เซี่ยจวีอัน อย่าได้ทำเช่นนั้น! ข้าตอบแทนท่านไม่ไหว…”
น้ำตาร่วงหยดลงมา
เซี่ยเวยมองนาง ดวงหน้าดูซีดเซียวกว่าเดิมหลายส่วน ทว่าเผยรอยยิ้มประหลาด
เขาจับมีดสั้นไว้แน่น
ทว่าเอ่ยกับนางอย่างไม่ใส่ใจ “หากตอบแทนไม่ไหว จากวันนี้เปลี่ยนเป็นเจ้าติดหนี้ข้าแทน ดีหรือไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงพ