ค่ำคืนนี้ ไม่มีใครหลับสนิท
เซี่ยเวยนอนไม่หลับไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่เจียงเสวี่ยหนิงซึ่งเอาผ้าห่มห่อตัวและหันหน้าเข้ากำแพงอยู่บน เตียงนั้น แม้บรรยากาศเงียบลง ใจก็ยังไม่ค่อยสงบ อาจเพราะนอนมาครึ่ง ค่อนคืนแล้วจึงไม่ง่วงเอาเสียเลย ครึ่งคืนหลังตาค้างจวบจนรุ่งสาง เปลือกตา ค่อยหนักอึ้งจนผล็อยหลับไป
เมื่อถึงเวลาตื่นยามเช้า เซี่ยเวยก็ลุกขึ้นนานแล้ว
มองจากใบหน้าไม่ออกเลยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ดูธรรมดาไม่มีสิ่งใดผิดปกติ กระทั่งชุดนักพรตเปือนเลือดก็เปลี่ยนเป็นชุดสะอาด
นิกายสวรรค์ปัจจุบันดูแลเขาเหมือนดูแลแขกนำข้าวของสำหรับ ชำระกายมาให้ครบ
หากไม่ใช่เพราะด้านล่างยังมีคนเฝั้ายามตลอดเวลา เกรงว่าคนอื่น ๆ คงเข้าใจไปว่าเขายังเป็นตู้จวินซานเหรินในอดีต ไม่ใช่นักโทษอย่างวันนี้
เจียงเสวี่ยหนิงกะพริบตาปริบ
นางรู้นะว่าตนถูกนิกายสวรรค์จับเป็นตัวประกัน ปราศจากอิสรภาพ ย่อมไม่สมควรเกียจคร้าน แต่ถึงอย่างไรก็หลับไม่สนิทมาครึ่งค่อนคืนตอนนี้ยิ่งไร้เรี่ยวแรง ถึงขั้นปวดหัวอยู่บ้าง
นางฝืนลุกขึ้นนั่ง ทว่าไม่นานก็เอนตัวนอนลงไปใหม่
เซี่ยเวยมองนาง พลันรู้สึกว่าช่างเป็นภาพชวนขบขันนัก ตัวคนอยู่ในผ้าห่ม มีเพียงศีรษะผมเผ้ากระเซิงโผล่มาให้เห็น ท่าทางกลั่นแกล้งเขาอย่างเมื่อคืนก็ไม่เหลือ เขาจึงถามนางว่า “ตื่นแล้วหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงในผ้าห่มผงกศีรษะเล็กน้อยหลังจากนั้นยังเสริมอีกว่า “ง่วง”
แม้จะแค่คำเดียว แต่สุ้มเสียงก็ต่างจากเดิมเ