นางมองเขาตาแทบค้าง
รู้แล้วว่าความรู้สึกเมื่อครู่ ตรงไหนไม่ถูกต้อง…
การแสดงต่อหน้าว่านซิวจื่อเป็นไปเพื่อทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าทั้งสองมีอะไรระหว่างกัน ดึกดื่นค่ำคืน ชายหญิงถูกขังด้วยกันลำพัง ทั้งยังเป็นคนรักที่เคย ‘ร่วมบำเพ็ญ’ เสียด้วย มีคำกล่าวว่าจากกันชั่วคราวเหนือยิ่งกว่า แรกวิวาห์ ต่อให้เป็นที่อันตรายแบบนี้ อย่างไรเสียก็นอนร่วมเตียง ถ้าไม่มี สิ่งใดเกิดขึ้นยังจะเรียกว่า ‘มีอะไรระหว่างกัน’ได้ด้วยหรือ
การแสดงนี้ย่อมต้องสมจริง!
เสียง ‘คราง’ ก็ย่อมต้อง…
เจียงเสวี่ยหนิงนอนอยู่บนเตียง ห่มผ้าไว้ครึ่งตัว ครั้นนึกถึงตรงนี้ก็ เกร็งทื่อไปทั้งร่าง
พอนางมองมาเซี่ยเวยก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่บ้าง แต่ในความมืดจะเห็นไม่ชัด ฟังแค่เสียงไม่ออกหรอกว่ามีอะไรผิดแปลก เขาจึงยังคงมี ท่าทางเหมือนพูดเรื่องธรรมดาสามัญ กระซิบว่า “เจ้าครางหน่อย”
เจียงเสวี่ยหนิงตื่นเต้นอย่างน่าประหลาดสองมือกำขอบผ้าห่มแน่น ลำคอแห้งผากอยู่บ้าง กล่าวด้วยน้ำเสียง กังวล “จะ จะต้องเล่นให้สมจริงขนาดนี้เลยหรือ นี่ก็ดึกดื่นล่วงเลยเที่ยงคืนมาแล้ว ออกจะไม่ค่อย…”
มือของเซี่ยจวีอันยังสัมผัสเอวของนางไม่ขยับไปไหน ตอบเสียงแผ่ว ค่อย “เชื่อฟัง อย่าบังคับให้ข้าต้องลงมือ”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันแช่งชักเขาในใจ
หากสองฝั่ายผูกพันสมัครรักใคร่ ให้นางครางยามร่วมรักสักสองทีน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ใช่ว่านางจะทำไม่ได้ แต่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแท้ ๆมิหนำซ้ำย