คนผู้นี้พยายามจะทำอะไรกัน
ว่านซิวจื่อคิดจะเอาตัวนางมาข่มขู่เขาอยู่แท้ๆ แต่เขาไม่เพียงคิดจะแก้ตัวเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนางกับตนเอง ยังบอกให้นางตอบกลับไปว่าทั้งสองเคยบำเพ็ญคู่กันอีก
เจียงเสวี่ยหนิงไม่เข้าใจเอาเสียเลย
เซี่ยเวยพูดจบก็ไม่แยแสว่านางมีปฏิกิริยาเช่นใด เบนความสนใจไปยังช่องหน้าต่างอีกครั้งมองอยู่เนิ่นนานครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก็ถอดเสื้อคลุมแขนกว้าง หยิบมีดเล่มบางที่ติดไว้ตรงข้อมือออกมาเจียงเสวี่ยหนิง “…”
นางก้มหน้ามองสายเชือกที่กองแทบเท้าหลังคลายเงื่อน ก่อนเงยมองมีดบางที่เซี่ยเวยแทงลอดตามช่องหน้าต่าง หางตากระตุกเล็กน้อย “ในเมื่อท่านพกมีด เมื่อครู่ตอนแก้เงื่อนไฉนไม่ใช้”
ในเมื่อเอามีดมา แล้วจะเปลืองแรงไปทำไมตัดเลยก็ได้มิใช่หรือ
เซี่ยเวยค่อย ๆ ดันลิ่มที่ขัดหน้าต่างออก เมื่อเจอคำถามของนางก็ ชะงัก เงียบไปนานค่อยตอบว่า “ลืมน่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”เรื่องอย่างนี้ยังลืมได้ ท่านนี่มันสุดยอดจริง ๆ!
เซี่ยจวีอันไม่ได้โกหก เมื่อครู่ตอนแก้เงื่อนให้นางก็ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย จวบจนแก้สำเร็จและจะลงมือตามแผนถึงเพิ่งนึกได้ว่ามีมีดที่ข้อมือ
ทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างของนิกายสวรรค์กล่าวกันว่าเขาเป็นคนที่ใช้สมอง
เมื่อเห็นว่าเขาเข้ามาไร้อาวุธ ตอนค้นตัวจึงไม่ได้ระแวดระวัง ยิ่งไป กว่านั้นมีดก็บางเฉียบขอแค่เกร็งข้อมือจนกล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งตึงก็แทบจะกลมกลืนไม่แตกต่าง
ดังนั้นจึงพกพาเข้ามาได้อย่างง่าย