ดายครั้นผลักหน้าต่างบานไม่ใหญ่แง้มเปิดก็พอเห็นกระทั่งคนตรงเรือนทางด้านหลัง
เพียงแต่เรือนปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งเรือนข้างมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นกำแพงลาน
เซี่ยเวยครุ่นคิดพักหนึ่งก็เอ่ยกับเจียงเสวี่ยหนิง “ข้าจะออกไปก่อน ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอันใดอย่าตกใจ รอข้ากลับมาสักครู่”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึง ยังไม่ทันตอบอะไร เขาก็ผลักหน้าต่างเปิดอย่างเงียบกริบ เรียกได้ว่ารวดเร็วไร้เสียง จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงร้องตื่นตระหนกและคาดไม่ถึงจากด้านนอก ทว่ายังร้องไม่ทันจบก็ถูกทำให้เงียบกะทันหันตามด้วยเสียงน้ำกระจายเบา ๆ
ไม่นาน ศิษย์นิกายสวรรค์ที่ยืนยามอยู่เบื้องนอกก็พบว่ามีสิ่งผิดปกติ ร้องลั่น “หนีแล้ว พวกมันคิดจะหนี!”
เจียงเสวี่ยหนิงใจสั่นสะท้านทันที
ดูแล้วเซี่ยเวยเป็นคนกระทำการมีหลักมีแผนหลังจากควงมีดฆ่าไป คนหนึ่งก็ชิงดาบที่ศิษย์นิกายชั่วร้ายผู้นั้นพกติดตัว ก่อนจะฟันคอดาบหนึ่งเพื่อปกปิดรอยปาดจากมีดเล่มบางเมื่อครู่
มีคนไล่ตามมาทว่าศิษย์นิกายสวรรค์เหล่านี้ทราบว่าเขามีสถานะแตกต่าง ขลาดเขลาเพียงคิดจะจับเป็นเลยลงมือได้ไม่เต็มที่ ถูกเขาฉกฉวยจังหวะจ้วงแทงคนละทีจนนอนกองกับพื้น
เขาลอบไปยังดงไผ่กอเล็กข้างกำแพง สะบัดคราบเลือดบนใบดาบใส่กำแพงฝังตะวันออก ทิ้งรอยเท้าเอาไว้บนนั้นแต่ไม่ได้ข้ามออกไป กลับพลิกกายตรงต้นไหวสูงสุดทางมุมกำแพงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
สำนักสาขาของนิกายสวรรค์นั้น ข้างนอกเวรยามหละหลวม ทว่า ข้างในแน