่นหนา
ภายในดูเข้มงวด แต่เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของทางการจึงไม่กล้าปล่อยคนออกไปเฝั้าดูแลภายนอกมากนักด้วยกลัวจะเปิดเผยตัวตน
นี่จึงกลายเป็นโอกาสของเขาพอดิบพอดี
“คนล่ะ?!”
“บนกำแพงมีคราบเลือด! มีรอยเท้าด้วย!”
“เร็วเข้า ต้องหนีไปแล้วแน่ คงหนีไปตามถนนเส้นเหนือ!”
…ในจวนจุดคบไฟสว่างทันใด เสียงโวยวายดังระงม คนของนิกาย ตะโกนคุยกัน ทั้งยังมีคนรีบไปรายงานว่านซิวจื่อ
ระหว่างนั้น เซี่ยเวยซึ่งอยู่มุมด้านนอกฝังกำแพงทิศตะวันออกเฉียง เหนือก็เลี้ยวไปทางกำแพงฝังทิศเหนืออย่างไม่รีบร้อน เดินไปได้ราวยี่สิบ ก้าวก็หยุดฝีเท้าแนบหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวข้างใน
ทุกอย่างเป็นไปตามคาด
ครั้นรู้ว่าคนหลบหนีไปแล้ว ภายในพลันแตกตื่น ผู้รับผิดชอบร้อง บอกให้ผู้ถือกุญแจเปิดประตูเข้าไปดู ก่อนเอ่ยว่า “หนีไปคนหนึ่ง ผู้หญิงยังอยู่!”
ใครจะไปนึกว่าเซี่ยจวีอันที่บุกเดี่ยวเข้ามาโดยแสดงท่าทีไม่สนใจ ความเป็นความตาย บัดนี้กลับทอดทิ้งเจียงเสวี่ยหนิงหนีไปลำพังเสีย อย่างนั้น
เรียกได้ว่าปราศจากผู้ใดเตรียมใจมาก่อน
ถึงกับมีหลายคนนึกสงสัย ถ้าจะหนี ไยตอนแรกต้องเสี่ยงขนาดนี้ ด้วย
แต่อีกฝั่ายก็เผ่นไปแล้ว หากไม่รีบจับกลับมาเมื่อต้องเผชิญหน้าเจ้านิกายที่เดือดดาลเค้นคอก็ไม่มีใครแบกความรับผิดชอบนี้ไหว คนเหล่านี้จึงไม่อาจคิดอะไรมากความ รีบออกไล่ล่าจับกุมส่วนใหญ่ไล่ตามจับนอก กำแพง มีไม่น้อยติดตามไปค้นหาทางกำแพงทิศเหนือ คนที่เดิมเฝั้า เรือนข้างจึงลด