งมี ทั้งหมดไม่ถึงเก้าเมือง ต่อจากนี้ข้าจะให้แผนผังการวางกำลังปั้องกันต่อไปถ้าคิดหนีก็ต้องเป็นตอนก่อนเขาจะสมทบกับทัพใหญ่ของนิกายสวรรค์ อย่างน้อย ๆ ก็ก่อนจะถึงเมืองที่ห้า หากนับเมืองทั้งเก้ารวมถึงสวี่ชางด้วยก็คือหนานหยาง หรู่หนิง หลูโจว อานชิ่ง…”
——————–
1. กระต่ายสามโพรง เป็นสำนวน หมายถึงคนเจ้าเล่ห์ที่มีทางหนีทีไล่มากมายบทที่ 229 ไร้ยางอายถึงขีดสุด (3)เจียงเสวี่ยหนิงพลันตื่นตกใจ
เซี่ยเวยคิดบุกเข้าถ้ำเสือเพียงผู้เดียว แน่นอนว่าไม่มีทางไร้แผนการ เขากล่าวต่อ “ว่านซิวจื่อยังคงเก็บข้าไว้ ก็เหมือนหาผืนหนังจากเสือ ข้า ดูออกว่าเมืองที่ห้า อานชิ่ง เป็นพื้นที่สำคัญ เมื่อไปถึงที่นั่นจะไม่อาจ เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้อีกแน่นอนว่าว่านซิวจื่อก็ต้องมองออก ความหวาดระแวงที่เขามีต่อข้าไม่มีทางเลือนหายไปง่าย ๆ ย่อมคาดการณ์แผน ของข้าได้เช่นกัน”
เจียงเสวี่ยหนิงถามว่า “ท่านต้องการลงมือที่เมืองอานชิ่งหรือ”
เซี่ยเวยพูดปนยิ้ม “ไม่ ต้องลงมือก่อนจะถึงเมืองอานชิ่ง กระทั่งเจ้า ยังคิดออก แล้วว่านซิวจื่อจะคิดไม่ได้หรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงจึงตระหนัก ว่านซิวจื่อคงคาดคะเนได้เช่นกันว่าเซี่ยเวยไม่เลือกลงมือที่นั่นแน่ ๆต้องลงมือก่อนหน้านั้นหนึ่งเมือง นั่นก็คือ…
นางกล่าวขึ้น “เมืองหลูโจว?”
เซี่ยเวยเอ่ยต่อ “ข้ากำลังเดาสิ่งที่ว่านซิวจื่อคิด แล้วถ้าว่านซิวจื่อก็เดาได้ว่าข้ากำลังคิดอะไรเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงมึนงงแล้วจริง ๆนางยกนิ