ทิ้ง ยามมองตาก็แลเห็นน้ำตาร่วงหยดจนนึกเวทนา ลงโทษด้วยการจับพลิกตัวแล้วให้เกร็งขาไว้ จัดการจนเสร็จเรื่องราว
วันนี้เจียงเสวี่ยหนิงจึงตื่นกลัวเป็นธรรมดา
นางรู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่า การนอนข้างกายเซี่ยเวยก็เปรียบดั่งกระต่าย ที่จะถูกสุนัขจิ้งจอกกินได้ทุกเมื่อ ถึงขั้นฝันเห็นตอนได้พบเซี่ยเวยคราแรกหนนั้นนางกลับมาพร้อมกระต่ายตัวหนึ่ง แล้วกระต่ายก็ถูกเซี่ยเวยอุ้มไป เชือด
ถ้าไม่ครางเล่าจะเป็นอย่างไร
หรือจะให้เซี่ยเวยคร่อมนาง แล้วให้เขาจัดการเองอย่าว่าแต่เซี่ยเวยเลย กระทั่งตัวนางก็ยังไม่อาจจินตนาการถึงฉากนั้น ทั้งยังคิดทีไรก็ตัวสั่นสะท้าน
ทว่าสุดท้ายต้องยอมรับชะตา
นางคาดว่าคงจะเหมือนสองสามวันก่อน
นึกไม่ถึงว่าวันนี้เซี่ยเวยเงียบสงบเป็นพิเศษไม่ขยับมือ และไม่แม้แต่ จะขยับเท้า
ครางไปได้ครึ่งเดียว นางก็งุนงงจนเผลออ้าปากอยากถามว่า ‘วันนี้ ท่านเป็นอะไรไปเนี่ย’แต่คำพูดกำลังจะหลุดลอด จู่ ๆ ก็ตระหนักว่าจะถามให้ได้อะไรขึ้นมา หรือคิดว่าตัวเองยังตายไม่เร็วพอ
นางจึงรีบกลืนคำพูดกลับ
เพียงแต่เซี่ยเวยก็เปิดปากว่า “เจ้าครางต่อไปข้ามีเรื่องสำคัญจะคุย กับเจ้า”
เจียงเสวี่ยหนิงสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าใจส่งเสียงให้ดังขึ้นเล็กน้อย
เซี่ยเวยนอนลงข้างกายนาง โน้มตัวเข้าใกล้หูและพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “ว่านซิวจื่อเคลื่อนทัพจากตะวันตกไปตะวันออก เมื่อทัพหน้ายึดได้หนึ่งเมือง เขาก็จะรุดหน้าไปหนึ่งเมือง จากลั่วหยางไปสวี่ชางถึงจินหลิ