ง ๆ มิเพียงไม่คุ้นชินกับความทรมานวันแล้ววันเล่า ทว่ายิ่งฟังก็ยิ่งมีปฏิกิริยาจนเขามักอดไม่อยู่ลงมือบางอย่าง อีกทั้งแต่ละครั้งยิ่งก้าวล่วงไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุด ก็ถึงขนาดที่นางไม่ต้องแสร้งบีบเสียงเล็กเสียงน้อยแล้ว ทว่าถูกเขาจัดการ จนร้องขอชีวิต อดหลั่งน้ำตาสะอื้นไห้เบาๆ ไม่ได้เสียแทน
แต่มันน่าอายเกินไป นางจึงไม่ยอมครางอีก
ริมฝีปากแดงปลั่งกัดนิ้วมือเรียวเล็กงดงามแน่น ไม่ยินยอมจะส่งเสียงนัก
ทุกครั้งในเวลาเช่นนี้ เซี่ยเวยจะยิ่งรู้สึกเข้าใจตัวเองมากขึ้น
เขาเหมือนค้นพบสัญชาตญาณเลวร้ายที่ถูกฝังอยู่ก้นบึ้ง
ยามปกติแล้วมักกลบทับด้วยคราบนักบุญจวบจนบัดนี้ล้วนไหลหลั่งออกมาจากส่วนลึกของหัวใจที่ถูกกดเอาไว้ เขามิเพียงไม่อาจปล่อยนางแต่กลับต้องการจุมพิตริมฝีปาก เอานิ้วมือของนางออก มองดูน้ำตารินไหล จากหางตาแดงระเรื่อ ในที่สุดนางก็จะสิ้นเรี่ยวแรงในอ้อมแขน ส่งเสียง เหล่านั้นกระตุ้นให้เขาปลดปล่อยอารมณ์ในรูปแบบอันหื่นกระหายยิ่งกว่านี้
ครั้งล่าสุดคือสองวันที่แล้ว
คืนนั้นเห็นได้ชัดว่านางได้รับบทเรียนจากวันก่อน ๆ จึงอดกลั้นเสียงครางไว้ได้มาก
แต่เขากลับสะกดยาก
อาจเพราะแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นคนเลวร้ายนึกอยากจะดื่มด่ำ อยากเป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ท้ายที่สุดจึงเกินเลยยิ่งกว่าคนทั่ว ๆ ไป เขาโน้มตัวไปข้างหน้า บอกเสียงแหบพร่าให้นางอมไว้
นางปฏิเสธ
เขาทั้งขู่ทั้งปลอบให้นางอ้าปากกลืนเล็กน้อยแต่นางกลับก้มหน้า คาย