ะประจิมเพื่อเข้า กลืนกินดินแดนภาคกลาง หากเจ้านำแผนผังการวางกำลังปั้องกันของ กองทัพมามอบให้จะถือเป็นการสร้างผลงานชิ้นใหญ่ เช่นนั้นกับแค่เรื่อง ปล่อยสตรีบอบบางนางหนึ่งไป ตัวเราย่อมไม่ยืนกรานกักตัวไว้ต่อหรอก”
เซี่ยเวยมองเขา แต่ไม่ได้ตอบ
แน่นอนว่าว่านซิวจื่อก็ไม่ใช่คนคุยง่ายขนาดนั้น จึงเปลี่ยนเรื่อง “แต่แผนผังการวางกำลังปั้องกันของกองทัพ ในนิกายเราไม่มีใครทราบรายละเอียด ย่อมไม่อาจไปตรวจสอบความถูกต้องใดล่วงหน้า ถึงเจ้าจะวาดภาพส่งเดชขึ้นมาหลอกสักใบ พวกเราก็ไม่มีทางแยกแยะจริงเท็จ ทองแท้ต้องถูกไฟ หลอม มีแต่รอให้ต้องถึงยามศึกจริง ๆ ถึงจะทราบว่าที่เจ้าบอกมาเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าตั้งใจวางหลุมพรางแล้วตัวเราวางทัพตามแผนการของเจ้า ไม่แน่ว่าทัพเราอาจถูกล้างสิ้น ขาดทุนย่อยยับ เงื่อนไขนี้ ถ้าเจ้าเป็นเราจะยอมรับปากหรือ”
หรือก็คือเขาหมายปองแผนผังการวางกำลังปั้องกันของกองทัพที่ เซี่ยเวยกล่าวถึง แต่ไม่คิดปล่อยคนไป
แน่นอนว่าสิ่งที่ว่านซิวจื่อพูดนั้นไม่ผิด
อย่างไรก็ตาม ภายใต้คำพูดอันสูงส่ง ใครบ้างเล่าไม่รู้ว่าเขาเก็บสตรี อย่างเจียงเสวี่ยหนิงไว้เพื่อใช้เป็นจุดอ่อนบงการเซี่ยเวย ให้เซี่ยเวยเชื่อฟังตลอดกาล ยามไม่มีเรื่องช่วงใช้ก็ไปไหนไม่ได้ยามมีเรื่องให้เรียกใช้ก็ยัง นำมากดดันให้เซี่ยเวยทุ่มเทชีวิตให้เขาต่อ
เซี่ยเวยตอบว่า “เจ้านิกายมีอะไรก็กล่าวออกมาตรง ๆ เถอะ”
ว่านซิวจื่อเยาะหยัน “เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่า