เตาฉินเพิ่งจัดการสตรีผู้กล้าวางยาสุราอย่างไม่รู้ฟั้าสูงแผ่นดินต่ำคนนั้นเสร็จ ตอนกลับมาถึงประตูลานเรือนก็เจอหลี่ว์เสี่ยนขมวดคิ้วกลับมาสั่งการพอดี เพิ่งพูดไม่ถึงสองประโยคก็ได้ยินเสียงเอะอะจากข้างนอกกะทันหัน
“โจวฉีหวงล่ะ เรียกโจวฉีหวงมา!”
เสียงนี้ชัดเจนว่าเป็นเจี้ยนซู เพียงแต่ไร้ซึ่งความหนักแน่นเช่นปกติ นอกจากร้อนรนแล้วยังตื่นตระหนกอยู่บ้าง
เตาฉินกับหลี่ว์เสี่ยนตกตะลึง
สังหรณ์ร้ายเบาบางแล่นผ่านใจทั้งคู่
กระทั่งเดินไปดูก็เห็นเซี่ยเวยมีรอยเลือดวงใหญ่บริเวณท้อง ใบหน้าไร้สีโลหิตไปนานแล้วเจี้ยนซูกับทหารนายหนึ่งกำลังประคองเขา รอบข้างเป็นคนกลุ่มหนึ่งล้อมซ้ายโอบขวาจนดำทะมึน แต่ละคนพูดจาอย่างแตกตื่นด้วยไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร
หลี่ว์เสี่ยนถึงกับอึ้ง
เตาฉินเกือบอุ้มดาบในอ้อมแขนไม่อยู่ หลังชะงักก็เข้าไปตำหนิไล่ผู้ไม่เกี่ยวข้องรอบ ๆ ด้วยน้ำเสียงดุดันทันที ตามด้วยช่วยประคองพาไปนอนในเรือน ถามแค่ว่า “เกิดอะไรขึ้น”เจี้ยนซูไม่ปริปาก รีบคุ้ยหีบใส่ยา
หลี่ว์เสี่ยนเอ่ย “ตอนข้ามายังดี ๆ อยู่เลยมิใช่หรือ เกิดอะไรขึ้นน่ะ ใครทำ จับตัวไว้หรือยัง”
เซี่ยเวยยังไม่หมดสติ แต่เจ็บเกินทนจนพูดอะไรไม่ไหว เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก
เตาฉินออกแรงกดอีกฝั่ายลงไปนอน พยายามให้ปากแผลมีเลือดออกน้อยที่สุด
พอไม่ได้ยินเจี้ยนซูตอบกลับก็ยิ่งร้อนใจกว่าปกติ “เจ้าตามไปด้วยไม่ใช่หรือ พูดสิ!”
เจี้ยนซูจะกล้าพูดอะไรได้
ตอนเขาได้ยินเสียงความเ