ตอนเซี่ยเวยฟังทั้งสองสนทนากันเมื่อครู่ นึกว่ากำลังรำลึกความหลังจึงไม่ใส่ใจนัก ครั้นได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้ว แทบตระหนักได้ทันทีว่าคำพูดของโจวอิ๋นจือมีช่องโหว่เล็กน้อยอยู่ด้วยจริง ๆ
เขามองไปทางหลี่ว์เสี่ยน
หลี่ว์เสี่ยนเองก็ได้ยินวาจาเมื่อสักครู่ของเจียงเสวี่ยหนิงเต็มสองหู เขาลอบตกใจ สีหน้าเคร่งขรึมกว่าเดิมหลายส่วน สบตาเซี่ยเวยแล้วเอ่ยว่า“ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้”
เซี่ยเวยเสริม “ส่งคนไปสะกดรอยตามเขาด้วย หากยังสืบไม่แน่ชัดห้ามปล่อยให้คนผู้นี้ออกจากซินโจว”
หลี่ว์เสี่ยนขานรับ “ได้”
เวลานี้ตำแหน่งในหน่วยองครักษ์เสื้อแพรของโจวอิ๋นจือโดดเด่นไม่เป็นรอง การหายตัวอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งยังเป็นช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีบางอย่างเกี่ยวพันอยู่ไม่น้อย เขาไม่กล้าชักช้า หันกายลงไปด้านล่างหอสังเกตการณ์เพื่อหาคนมาจัดการเรื่องต่าง ๆ ทันที
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็ใจคอไม่ดี ยิ่งขบคิดยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ทราบว่าจุดประสงค์ของโจวอิ๋นจือคืออะไร
เอาเป็นว่าออกจากสถานที่ยุ่งยากนี้ให้เร็วขึ้นหน่อยดีกว่า
นางไม่มัวเสียเวลากล่าวอะไรอีก หมุนกายจะลาจาก
ไม่คาดคิดว่าเซี่ยเวยจะคว้านางไว้ด้วยปฏิกิริยาอันว่องไว สายตาจับบนใบหน้านาง“เจ้ารู้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในวังดีเหลือเกินนะ”
ร่างของเจียงเสวี่ยหนิงชะงักกึก
ตลอดปีมีเครื่องบรรณาการจากแต่ละพื้นที่ถวายเ