ตอนเจียงเสวี่ยหนิงออกไป แม้แต่เจี้ยนซูที่ยืนอยู่ข้างนอกนางยังไม่กล้ามองสักผาด ฉวยจังหวะที่ฟั้าสลัวกลับห้องแล้วถอดกระโปรงเลอะคราบสกปรก แต่กระนั้นก็ไม่สะดวกใจจะวางทิ้งไว้รอให้สาวรับใช้มาเก็บกวาด จึงโยนใส่กะละมังแช่น้ำจนคราบหายค่อยเลิกไปยุ่งกับมัน
แต่นอนบนเตียงครึ่งค่อนคืนก็ยังหลับไม่ลง
นางลุกจากเตียงยามเช้าตรู่จิตใจคุกรุ่นเตรียมไประบายโทสะและขอคำอธิบายจากเซี่ยจวีอัน ไม่คาดคิดว่าอีกฝั่ายจะให้คนนำจดหมายมามอบตั้งแต่ไก่โห่ ไม่รู้ว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืนเช่นกันหรือเปล่าเจียงเสวี่ยหนิงหวาดระแวงเป็นล้นพ้น “เขาจะให้ข้าไปเรียนพิณหรือ”
เจี้ยนซูประคองจดหมายซึ่งปิดผนึกไว้อย่างดีส่ายหน้างงงวย “เซียนเซิงไม่ได้พูดอะไรขอรับแต่บอกว่าต้องส่งถึงมือท่านให้ได้”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
ชั่วขณะที่รับจดหมายไม่ต่างอะไรกับรับอสุนีบาตใกล้ระเบิด นางรอกระทั่งเจี้ยนซูจากไปสักพักถึงแกะเปิดด้วยความระมัดระวังยิ่ง
ทว่าพอเห็นเนื้อหา…คนผู้นี้กำลังขอโทษเรื่องคืนก่อนหรือนี่ ซ้ำยังอธิบายสาเหตุอย่างอ้อมค้อมด้วย
ที่แท้สุราจอกเมื่อคืน…
เจียงเสวี่ยหนิงหน้าแดงก่ำเป็นอันดับแรกจากนั้นเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ ท้ายที่สุดก็จ้องมองลายมืองดงามบนจดหมาย “คนต่ำช้า อักษรเขียนสวยแล้วมีประโยชน์อันใด”
ในเมื่อสงครามด่านชายแดนสิ้นสุด โหยวฟางอิ๋นกับเหรินเหวยจื้อจึงวางแผนเลือกวันเดินทางออกจากซินโจว ทว่าไหน ๆ อุตส่าห์มาแล้ว ทางด่านชายแดนเองก็มีของดีเฉพาะท้