คลื่อนไหวแล้วหันศีรษะไปดู ก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงเดินมือเปือนเลือดผ่านหน้าไปอย่างไร้อารมณ์ กว่าจะรุดถึงหอสังเกตการณ์เซียนเซิงก็ล้มลงกับพื้นแล้ว
ต่อให้มอบความกล้าอีกร้อยเท่าเขาก็ไม่กล้าพูดมากหรอก
เตาฉินยังรอคำตอบ
หลี่ว์เสี่ยนกลับหนังตากระตุกดูสายสนกลในออก กดร่างเขาทีหนึ่งแล้วส่ายหน้าเบา ๆเตาฉินผงะ จู่ ๆ ก็นึกบางอย่างได้จึงปิดปากฉับ
ตอนเซี่ยเวยยังไม่เข้าประตูจวนมาก็มีคนรีบวิ่งไปแจ้งข่าวแล้ว โจวฉีหวงเพิ่งมาถึงด่านชายแดนเมื่อไม่กี่วันก่อน ช่วยดูแลอาการบาดเจ็บบางส่วนให้กองทัพ กำลังทุกข์ใจว่าไร้ที่ให้ใช้ความสามารถอยู่เลย ไม่นึกว่าสงครามสิ้นสุดแล้วกลับมีคนตะลีตะลานมาแจ้งข่าวอีก
ขามายังคิดอยู่เลยว่ารอบนี้ต้องรักษาใคร
ครั้นเข้าห้องมาเจอเซี่ยเวยตัวโชกเลือดก็ตกใจแทบโยนหีบยาทิ้ง รุดเข้าไปตรวจดูบาดแผลทันทีทันใด “เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน มีนักฆ่ามาหรือ”
หลี่ว์เสี่ยนมุ่นคิ้ว “ตรวจแผลไปเถอะ!”
โจวฉีหวงตรวจดูรอบหนึ่งเสร็จก็สงบลง ถอนใจโล่งอก “ไม่ต้องตื่นตกใจ ๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่มีดแหลมปลายเล็กแทงเข้ามาเร็วทว่าไม่ลึก คมมีดก็ไม่ได้จมมิด คล้ายว่ายังมีเมตตาอยู่ ปากแผลเองก็เล็กทั้งยังไม่โดนจุดสำคัญ แค่เลือดไหลเยอะหน่อยแต่ไม่ถึงชีวิตหรอก”
ริมฝีปากเซี่ยเวยเขียวคล้ำไปแล้ว
โจวฉีหวงกดรอบปากแผลแรง ๆ สั่งเจี้ยนซูด้านข้างว่า “ชั้นสองในหีบยาข้า หยิบผงยาชาออกมาให้เซียนเซิงดื่มคู่สุรา!”
เจี้ยนซูทำตามโดยไม่พูดมาก
ค้นผงยาชาห