่อหนึ่งจากในหีบยาออกมา ยกให้เซี่ยเวยดื่มร่วมกับสุรา
ฤทธิ์ยาต้องใช้เวลาสักพักถึงจะกระจายตัว
โจวฉีหวงรู้สึกว่าเซี่ยเวยหยุดสั่นแล้ว ถึงได้ชุบสุราร้อนแรงด้านข้างมาเช็ดทำความสะอาดบาดแผลความรู้สึกเจ็บปวดยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นทึ่มทื่อ
ในที่สุดเซี่ยเวยก็พอจะมีแรงพูด
แต่แล้วก็กัดฟันแน่นขณะเปล่งเสียงบอกเตาฉินกับเจี้ยนซูว่า “หนิงรอง…ไป…หาหนิงรอง…”
เตาฉินและเจี้ยนซูต่างตะลึงงัน
เซี่ยเวยเหวี่ยงแขนโยนถ้วยสุราลงพื้นอย่างดุดัน “ไป!”
หลี่ว์เสี่ยนรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเจี้ยนซูกับเตาฉินสบตากันแวบหนึ่ง
ท้ายที่สุดก็เป็นเตาฉินที่พลันลุกขึ้น “ข้าไปหาเองขอรับ”
เมื่อออกจากเรือนก็คว้าเหล่าคนที่เพิ่งตามกลับมาด้วยเมื่อครู่มาสอบถาม “เห็นคุณหนูรองหนิงหรือไม่”
คนส่วนใหญ่ส่ายศีรษะ
มีคนเล่าว่า “ตอนแรกเห็นคุณหนูรองหนิงกับท่านรองราชครูสนทนากันอยู่บนหอสังเกตการณ์ขอรับ”เตาฉินจึงมุ่งออกจากจวน
เดิมทีเขาคิดว่าในเมื่อเซียนเซิงใช้ตนไปตามหาร่องรอยของคุณหนูรองหนิง เช่นนั้นคุณหนูรองหนิงอาจจะไปแล้ว จึงคิดจะตรวจดูจากตรงหอสังเกตการณ์แล้วส่งใครหลายคนออกไปสืบ
ไม่นึกว่ายังไม่ทันออกจากจวนก็บังเอิญเจอพ่อบ้านชรา
อีกฝั่ายเห็นเขามีท่าทีร้อนรนก็อดถามไม่ได้“คุณชายเตาฉินจะไปที่ใดหรือขอรับ”
เตาฉินตอบโดยไม่คิดอะไร “ไปตามหาคุณหนูรองหนิงน่ะ”พ่อบ้านชราตกใจเหลือหลายไปอึดใจหนึ่งกล่าวว่า “คุณหนูรองหนิงกลับจวนตั้งนานแล้วมิใช่หรือ เมื่อครู่เพิ่งจะเห็