นจากไกล ๆ ว่าเดินไปลานเรือนฝังตะวันออกน่ะขอรับ”
เตาฉินชะงัก “อะไรนะ”
พ่อบ้านชราจับต้นชนปลายไม่ถูก
ทว่าเตาฉินไม่มีเวลามาอธิบายเพิ่ม หันขวับไปทางลานเรือนฝังตะวันออกโดยไม่พูดให้มากความ
เจียงเสวี่ยหนิงพักที่ไหนเขาทราบดีระหว่างทางยังมีสาวใช้ยกน้ำชากับถาดผลไม้เดินพูดคุยหัวเราะไปยังลานเรือนด้วย
เตาฉินเดินตามเข้าไปก็มองเห็นเจียงเสวี่ยหนิง
นางกลับจวนแม่ทัพราวกับไม่ใช่เรื่องของตนล้างเลือดที่เปรอะมือแล้วเรียกโหยวฟางอิ๋นมาห้องเสิ่นจื่ออีเพื่อฆ่าเวลาเป็นเพื่อน ทั้งสามตั้งโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวหนึ่งแล้วจุดเตาอุ่น ล้อมวงเล่นไพ่ใบไม้ใต้หน้าต่าง
เวลานี้เล่นกันเสร็จหลายตาแล้ว
เมื่อครู่โหยวฟางอิ๋นรออยู่ในโรงน้ำชา พอเห็นนางลงจากหอสังเกตการณ์แบบมือเปือนเลือดก็เกือบอุทานตกใจ
ระหว่างกลับมาด้วยกันไม่กล้าถามสักแอะ
ขณะกำลังเล่นไพ่เป็นเพื่อน นางเองก็ทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เพียงจับไพ่ในมือตนพลางย่นคิ้วพิจารณาว่าจะลงใบไหน
เสิ่นจื่ออียังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอกเผอิญหยิบได้ไพ่ดีก็ถามยิ้ม ๆ “พวกเจ้าสองคนไปเดินเล่นที่ถนนมาหรือ ไม่ใช่ว่าสองวันก่อนหนิงหนิงบอกว่าจวนจะไปแล้วหรือไร ไม่รีบเตรียมตัวเดินทางแต่มาเล่นไพ่เป็นเพื่อนข้าเสียได้”เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “ไม่ใช่เพราะเห็นองค์หญิงทรงเบื่อหน่ายมากหรอกหรือเพคะ”
ระหว่างพูดก็โยนไพ่ไปใบหนึ่ง
โหยวฟางอิ๋นเมียงมองโดยไม่กินไพ่นาง
เสิ่นจื่ออีเหลือบมองไพ่ของตน ทันใดนั้นก็สีหน