ถึงอย่างไรก็เป็นคืนส่งท้ายปี ทุกคนอิ่มหนำสำราญกันพอใจแล้วก็ยังต้องพากันไปชมดอกไม้ไฟนอกเมืองต่อ
เจียงเสวี่ยหนิงกลับสับสนมึนงงอยู่บ้าง
จำได้ราง ๆ ว่าเยี่ยนหลินกับเสิ่นจื่ออีมาพูดอะไรสักอย่าง แล้วนางก็ตอบด้วยสีหน้าเฉกเช่นปกติ ทว่าเพียงหันศีรษะก็จำอะไรไม่ได้เลยกระทั่งสายลมเย็นในลานเรือนพัดปะทะใบหน้าถึงพลันฟืนสติ
งานเลี้ยงเลิกแล้ว
ทุกคนต่างไปดูดอกไม้ไฟ
นางอ้างว่าเหนื่อยจึงแยกมาเดินลำพังบนระเบียงทางเดินไม่ได้ไปด้วย แต่พอมองให้ดีถึงเพิ่งรู้ตัวว่านี่ไม่ใช่ทางกลับห้องตน ทว่าเป็นทางไปที่พัก ของเซี่ยเวย
โคมไฟปีใหม่แสนวิจิตรแขวนเต็มลานด้านนอกอย่างมีชีวิตชีวา ครั้น อยู่ในที่เงียบเหงาและห่างไกลตรงนี้กลับแลอ้างว้าง
กิ่งก้านซึ่งใบไม้ร่วงโกร๋นพาดอยู่ข้างระเบียงทางเดิน
แสงสีเหลืองสลัวทาบทอข้างเท้า ส่งให้เงาร่างเลือนรางทอดบนพื้น
เจียงเสวี่ยหนิงไม่อยากไปคิดเลยจริง ๆ ทว่าคำพูดในงานเลี้ยงของ เสิ่นจื่ออีกลับเอาแต่สะท้อนอยู่ข้างหู ทำอย่างไรก็ไม่หาย รบกวนจนนาง ว้าวุ่นใจ
ในวังตอนนั้น…
ใครเล่าที่รู้วันเกิดนาง แล้วใครเล่าที่เก่งกาจพอจะสั่งการห้องเครื่อง ทั้งยังให้ขันทีน้อยมาส่งบะหมี่ชามหนึ่งที่เรือนหยางจื่อได้โดยไม่มีใครล่วงรู้
ในเมื่อมิใช่ผู้ที่เป็นไปได้มากที่สุด…
เช่นนั้นแล้ว คนที่เก่งกาจพอทว่าเดิมทีไม่น่าใช่ จึงกลายเป็นคนเดียวที่เป็นไปได้
แต่นั่นจะเป็นเรื่องเหลวไหลขนาดไหนกัน
นางยืนเงียบอยู่บนระเบียงทางเดิ