งไปทุกแห่งหนในฉับพลัน!“ย่างเข้าเยี่ยนเหมิน พิทักษ์บ้านเมือง!”
“กวาดล้างต๋าหลู่[2] ช่วยเหลือองค์หญิง!”
“จะเป็นหรือตาย ไม่เลิกรา!”
…
เดิมทีมีทหารประจำการอยู่ซินโจวนับแสนทว่าตระกูลเซียวที่เข้ามา เป็นผู้บังคับบัญชาทั้งบริหารกองทัพไม่เป็นระเบียบและละเลยการฝึกทหาร ดังนั้นจึงคัดเลือกมาลงสนามรบภายในระยะเวลาอันสั้นได้จริงไม่ถึงครึ่ง การบุกโจมตีต๋าต๋าในฤดูหนาวก็ไม่ใช่กลศึกทั่วไป ทั้งต้องพลิกแพลง ต้องรวดเร็ว ต้องเสี่ยงอันตราย แม้ต๋าต๋าจะเป็นแว่นแคว้นหนึ่ง ทว่าเทียบกับ ต้าเฉียนแล้วก็ใหญ่เพียงสามมณฑลรวมกัน ทหารสามหมื่นนายมากพอจะโจมตีจนอีกฝั่ายรับมือไม่ถูก หมดกำลังใจจะสู้ต่อ
“ซื่อจื่อยามนี้ให้ความรู้สึกเช่นวีรบุรุษรุ่นเยาว์อยู่บ้าง…”
บนหอสังเกตการณ์ หลี่ว์เสี่ยนยืนสัมผัสสายลมหนาวที่พัดกรีดใบหน้าอยู่ข้างคบเพลิงลุกโชนมองดูภาพกองทัพใหญ่ออกรบอยู่ไกล ๆ หลังทอดถอนใจก็กลับไปนิ่งเงียบอีกครู่หนึ่ง
“แว่นแคว้นจะรุ่งเรืองหรือล่มจมล้วนเป็นราษฎรที่ต้องทนลำบาก สงครามนี้ไม่รู้ต้องมีคนตายอีกสักเท่าใด”
ส่วนเซี่ยเวยยืนอยู่ด้านข้างไม่ไกล
พื้นราบบนหอสังเกตการณ์มีเปั้าธนูแท่นหนึ่งตั้งอยู่
เสื้อคลุมนักพรตสีครามหม่นของเขาถูกสายลมหนาวพัดจนโบกสะบัด นิ้วมือซึ่งต้องความเย็นจนไม่ต่างจากน้ำแข็งจับคันธนูยาว ดึงลูกเกาทัณฑ์ ขนนกอินทรีทองดอกหนึ่งออกมาเล็งกลางเปั้า เอ่ยแค่ว่า “แล้วอย่างไรเล่า”
หลี่ว์เสี่ยนไร้คำจะพูด
แม้ที่ผ่านมาเ