ขาไม่ใช่นักบุญผู้มีเมตตาต่อทุกชีวิต แต่ยามต้องเห็นคน รากหญ้าเป็นทุกข์ ต้องเห็นมนุษย์ล้มตาย ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดใจเศร้าโศก บางส่วน ทว่าเซี่ยจวีอันผู้ดูอ่อนน้อมถ่อมตนและจิตใจดีงาม พอถึงยามที่ โลหิตแปดเปือนนับพันลี้ เกิดสงครามฆ่าล้างขึ้นมาจริง ๆ กลับเผยความ เยือกเย็นจนน่าตะลึงออกมาราง ๆ
เห็นชีวิตคนเหมือนใบหญ้า เห็นสรรพสิ่งดั่งตัวหมาก
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในความเฉยชาจนน่าพรั่นพรึงก็ยังแฝงความสว่างไสวและรู้แจ้งราวกับจะหลุดพ้นจากเรื่องทางโลกอยู่ด้วย
“เดิมสวรรค์ไร้หลักการ คนต่างหากที่กำหนดโลกดำเนินไปตาม ธรรมชาติ คนกลับไม่เข้าใจ ไม่ทำลายแล้วจะสร้างได้อย่างไร ไม่ดับแล้วจะเกิดได้อย่างไร โลกใบนี้ทั้งมวลก็มีเพียงคำว่า ‘ตาย’เรื่องนี้แต่เดิมก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลักการมาสนับสนุนเลย หากไม่รู้จักตาย แล้วจะรู้จักเกิดได้หรือ”
เกิดเสียงสั่นดัง ‘ฟึบ’
ลูกเกาทัณฑ์ขนนกอินทรีทองพุ่งปะทะเปั้าธนูเสียงดังสนั่น เรี่ยวแรงมหาศาลจนเปั้าไม้แตกกระจุยล้มหงาย เกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นท่ามกลางรัตติกาลหนาวเหน็บ
ใบหน้าไร้อารมณ์ของเซี่ยเวยสงบนิ่งปานสายธารลึก
“ข้าทำให้พวกเขารู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาควรขอบคุณข้าเสียด้วยซ้ำ”
หลี่ว์เสี่ยนกลั้นหายใจ ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะผ่อนลม มั่นใจกว่า สองวันก่อนอีกว่าเซี่ยจวีอันอารมณ์ไม่ดีมากจริง ๆ
*****
ยิ่งขึ้นเหนือ แสงอรุณก็ยิ่งสว่างช้า
ช่วงกลางยามเหม่าใกล้ผ่านพ้น สีน้ำเงิน